กชาย ซ้ำท่านอ๋องยังเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ถึงกระนั้นคนในวังหลวงจำเป็นต้องเข้าไปถวายพระพรฮองเฮาทุกวัน
แม้ครอบครัวของสามัญชนในต้าจิ้นจะให้ความสำคัญกับเจ้าบ้านชาย แต่ถึงกระนั้นเจ้าบ้านชายก็ยังต้องดูแลภรรยาอย่างดี มิให้ขาดตกบกพร่อง
ฉะนั้นวาจาของฮุ่ยเจี๋ยอวี้จึงมิต่างจากการดูหมิ่นหลินเมิ้งหยา
“พระชายาจิตใจกว้างขวางยิ่งนัก ข้าคิดว่าน้องฮุ่ยจะต้องจดจำเอาไว้ในใจอย่างแน่นอน พวกเราไม่อยากทำให้พระชายาต้องเสียเวลา เชิญพระชายาเสด็จเถิด”
เมื่อหยุนฉงหรงเป็นฝ่ายออกหน้าจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง ทั้งสองจึงมิอาจทะเลาะตบตีกันได้
หลินเมิ้งหยาเองก็มิได้อยากเสียเวลาตบตีกับฮุ่ยเจี๋ยอวี้อยู่ที่นี่ หลังจากถวายคำนับแล้ว นางจึงมุ่งหน้าไปยังสำนักหมอหลวงด้วยสายตาเย็นชา
ทว่าสายตาอาฆาตมาดร้ายของฮุ่ยเจี๋ยอวี้มองตามหลังนางไป
“พี่หยุน เหตุใดท่านต้องรั้งข้าเอาไว้?”
หยุนฉงหรงละสายตาจากหลินเมิ้งหยา ก่อนจะถอนหายใจ
“เจ้าคิดว่าสิ่งที่เจ้าคิดจะสัมฤทธิ์ผลหรือ? น้องฮุ่ย ในเมื่อพวกเราถวายตัวเข้าวังหลวงแล้ว เจ้าจงอย่าได้นำเรื่องของครอบครัวมาใส่ใจนักเลย พระวรกายของฮ่องเต้ไม่แข็งแรง เจ้าและข้าหาได้มีทายาทไม่ ฉะนั้นการรักษาเอาตัวรอดจึงเป็นการดีที่สุด หากวันนี้ข้ารู้ว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อยั่วยุพระชายาแล้วล่ะก็ เช่นนั้นข้ากับน้องเฉิงคงไม่มาด้วยอย่างแน่นอน”
คำปลอบโยนของหยุนฉงหรงไม่มีผลต่อฮุ่ยเจี๋ยอวี้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าพี่สาวน