้องสาวไม่ยอมยืนอยู่ข้างตนเอง ฮุ่ยเจี๋ยอวี้พ่นลมหายใจพรืด ก่อนจะสะบัดแขนออกจากมือของเฉิงเหม่ยเหรินแล้วพาสาวใช้ของตนเองเดินจากไป
“พี่หยุน พี่ฮุ่ยจะทำอะไรวู่วามหรือไม่?”
เฉิงเหม่ยเหรินเอ่ยด้วยความกังวล หยุนฉงหรงกลับส่ายหน้า ก่อนจะถอนหายใจ
ทุกคนในวังหลวงล้วนเสมือนยืนอยู่ท่ามกลางพายุซึ่งกำลังโหมกระหน่ำ ไม่รู้ว่าเรื่องของฮุ่ยเจี๋ยอวี้จะก่อตัวเป็นพายุเมื่อใด
หวังว่าชายาอวี้จะมิใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น มิเช่นนั้นฮุ่ยเจี๋ยอวี้จะต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน
เมื่อถูกฮุ่ยเจี๋ยอวี้หาเรื่อง หลินเมิ้งหยาจึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
แต่สิ่งที่อยู่เหนือจากความหงุดหงิดคือนางอยากรู้เหลือเกินว่าตนทำสิ่งใดให้พระสนมผู้นั้นขุ่นเคือง เหตุใดนางจึงโกรธเกลียดตนเองยิ่งนัก?
“หมาหน่าว เจ้ารู้เรื่องของสนมฮุ่ยเจี๋ยอวี้หรือไม่?”
เพียงได้ยินคำถามจากชายาอวี้ นางรีบตอบกลับด้วยความเคารพนับถือ
“พระสนมฮุ่ยเจี๋ยอวี้ถวายตัวเข้าวังเมื่อห้าปีก่อนเพคะ ตอนนั้นนางได้รับความรักความเอ็นดูเป็นอย่างมาก แต่เพราะนางไม่มีทายาท ดังนั้นสองปีมานี้ฮ่องเต้จึงมิได้ใส่ใจนางเลยแม้แต่น้อย หนู่ปี้ได้ยินมาว่านางเป็นญาติห่างๆ ของฮ่องเต้ ส่วนเรื่องอื่นหนู่ปี้เองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ”
ญาติห่างๆ ของฮ่องเต้? นางคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเช่นนี้
อันที่จริงเหล่าตระกูลของชนชั้นสูงล้วนอยากจะเกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกันกับฮ่องเต้ทั้งสิ้น หากพิจารณาดูให้ดีจ