ึ่งเข้ากันได้ดีกับเส้นผมสีดำขลับ เยื้องย่างไปบนทางเดินอันทอดยาว ใบหน้าซึ่งถูกตกแต่งเล็กน้อยขับให้ใบหน้านวลงดงามราวกับหยก ความงามที่เผยโฉมนั้นแตกต่างจากหญิงสาวชาววังอย่างสิ้นเชิง
“นายหญิง วันนี้จะไปทำงานที่สำนักหมอหลวงทั้งวันหรือเจ้าคะ?”
ป๋ายซูเดินตามติดหลินเมิ้งหยา วันนี้หลินเมิ้งหยาพาหมาหน่าวมาเพียงคนเดียว ตอนนี้นางยืนรั้งท้ายโดยมิกล้าขยับเข้ามาใกล้
ครุ่นคิด หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง นางยังคงอยากเห็นชีพจรของฮ่องเต้ เมื่อวานซูถงทำให้เสียเรื่อง ดังนั้นวันนี้นางจะต้องได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ
“ของใช้ในวังหลวงล้วนมิใช่ของดีเหมือนอย่างในจวน ร่างกายของท่านรับไหวหรือไม่?”
มองดูสายตากังวลของสาวใช้ตนเอง เหตุเพราะเช้านี้นางรู้สึกไม่อยากอาหาร ดังนั้นนางจึงมิได้กินอาหารเช้าเหมือนอย่างเคย
นางหาใช่คนเลือกกินไม่ จากประสบการณ์การเป็นนักเรียนแพทย์มาห้าปี นอกจากอาการกระเพาะไม่ย่อยในช่วงเวลากลางคืนแล้ว นางล้วนกินทุกอย่างได้อย่างไม่ติดขัด
ทว่านางมีเรื่องกังวลใจจึงไม่รู้สึกอยากอาหารแต่เพียงเท่านั้น
“วางใจเถิด ข้ามิใช่เด็กแล้ว ข้าย่อมรู้ดีว่าควรดูแลตัวเองเช่นไร”
จับมือป๋ายซูพร้อมทั้งเอ่ยปลอบโยนนางเบาๆ
ขณะที่นายบ่าวกำลังสนทนากันอยู่นั้น อยู่ๆ เสียงอ้อยอิ่งเสียงหนึ่งพลันดังขัดขึ้น
“โอ้ นี่สาวงามที่ใดกันหรือ เหตุใดเห็นเปิ่นกงแล้วจึงไม่ถวายคำนับ หรือตาของเจ้างอกอยู่บนหัวกัน?”
คำพูดส่อเสียดเหยียดหยาม เห็นได้ชัด