แล้ว
แต่นางยังไม่ได้เจอพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่รู้ว่าชีพจรของฮ่องเต้เป็นเช่นไร นางเสมือนคนตาบอดที่ต้องคลำหาทางออกเอง
ป๋ายซูเบิกตากว้าง ก่อนจะหันไปมองรอบๆ
อยากเล่นหมากรุก แต่หมากรุกอยู่ที่ใดกันเล่า?
“ดูเจ้าเถิด มนุษย์เราต้องรู้จักหาความสุขในช่วงเวลาอันแสนขมขื่นรู้หรือไม่ เช่นนั้นพวกเราออกไปเก็บหินเล็กๆ ด้วยกันเถิด”
ป๋ายซูผงกศีรษะลง สองนายบ่าวเดินนำหน้าตามหลังกันไปที่สวนเล็ก
การละเล่นสนุกๆ ในตำหนักหลิวซินมีมากมายจนอาจจะติดอันดับหนึ่งในห้าของต้าจิ้นเลยก็ว่าได้ หลินเมิ้งหยามักเป็นผู้นำในการสอนพวกสาวใช้ทำกิจกรรมสนุกๆ เสมอ
นานมากแล้วที่ไม่ได้เล่นหมากรุก หินกรวดมีมากมาย ดูเหมือนจะใช้เล่นได้อีกนานเลย!
ขณะที่คิดจะลุกขึ้นออกจากมุมกำแพงแล้วกลับเข้าไปในเรือน สายตาพลันเหลือบไปเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ที่กำลังยิ้มตาหยีมาให้ตน
“ทำไม…”
ขณะที่กำลังจะร้องอุทานออกมา นางพลันนึกได้ว่ายังมีคนคอยจับตามองนางอยู่อีกสองคน
หันมองซ้ายมองขวา โบกมือ ก่อนจะพาคนที่มีท่าทางลับๆ ล่อๆ เหมือนขโมยเข้าไปในเรือน
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
หลินเมิ้งหยามองชายตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ตอนกลางวันนางยังรู้สึกหดหู่อยู่เลยที่ไม่เห็นเขาในสำนักหมอหลวง
ชิวอวี้แย้มยิ้ม ก่อนจะวางถุงผ้าลง
“วันนี้เป็นวันที่ข้าต้องเข้าเวรดูแลฮ่องเต้ ฉะนั้นข้าจึงหาโอกาสมาพบเจ้า วันนี้ข้าได้ยินคนส่งข้าวเล่าว่าวันนี้เจ้าแสดงวิชาควบคุมเข็มให้พวกตาเฒ่าหัวโบราณใน