ล้วต่างหาก คาดว่าต่อจากนี้ไปพวกเขาจะต้องจับตาดูข้าอย่างไม่ละสายตาแน่นอน แต่ว่า…ข้ามีเจ้าอยู่ด้วย ฉะนั้นข้าจึงเบาใจ”
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจเบาๆ วิชาการควบคุมเข็มเป็นสิ่งที่นางได้ร่ำเรียนโดยมิได้ตั้งใจ
ท่านอาจารย์กำชับนางว่าวิชานี้ประหลาดยิ่งนัก ฉะนั้นอย่าเผยให้ใครเห็นได้ง่ายๆ
แต่เมื่อครู่นางกลับเปิดเผยออกไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หมอสกุลเจียงคนนั้นยังจ้องเข็มของนางเขม็ง
ทว่านางเองก็มีแผนในใจเช่นเดียวกัน แม้คนอื่นจะไม่พูดแต่สายตาของพวกเขากลับบอกทุกอย่าง
ในเมื่อนางมีของที่พวกเขาปรารถนาอยากได้ไปครอบครอง เช่นนั้นนางจะพยายามใช้มันให้ดีเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตในวังหลวงอย่างราบรื่น
ช่วงเวลายามค่ำคืนภายในวังหลวงช่างยาวนานยิ่งนัก เพียงฟ้ามืด หลินเมิ้งหยาก็ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ
เมื่อเทียบกับจวนอวี้ นางมักมีเรื่องให้ต้องทำไม่รู้จบ ทั้งเรื่องอาหารการกินในจวน ทั้งงานใหญ่งานเล็กของกลุ่มสามสหาย
ตำหนักของนางมักมีคนแปลกหน้าเดินผ่านไปมา แต่ละคนล้วนส่งความรู้สึกแตกต่างกันออกไป
ไม่เหมือนกับวังหลวง นางไม่มีอะไรให้ทำ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่อาจออกไปเดินเล่นเพ่นพ่านได้ ซ้ำป๋ายซูที่อยู่เป็นเพื่อนยังไม่ใช่คนพูดเก่งแต่อย่างใด
เวลายามค่ำคืนอันแสนยาวนานช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
“วังหลวงช่างน่าเบื่อเหลือเกิน ป๋ายซู เจ้ามาเล่นหมากรุกเป็นเพื่อนข้าเถิด”
โยนตำราแพทย์ไปอีกฝั่ง นางท่องจำยาที่ใช้ในการรักษาอาการประชวรของฮ่องเต้จนขึ้นใจ