จื่อที่เติบโตมาพร้อมกันกับนางเลย นางรู้สึกมิอาจทำใจแยกจากสาวใช้อีกสองคนที่เหลือได้ง่ายๆ
แต่วังหลวงมีอันตรายอยู่รอบด้าน แม้แต่นางเองก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาตัวรอดได้ นางจึงต้องส่งคนที่นางเป็นห่วงที่สุดไปอยู่ในที่ปลอดภัย เท่านี้นางก็จะสบายใจ
บรรยากาศเงียบสงัดจนทำให้พวกนางรู้สึกว่าค่ำคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน
ท้องฟ้าเริ่มสว่างไสว หลินเมิ้งหยาบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่นอน
ที่แห่งนี้มีอันตรายอยู่ทุกย่างก้าว ฉะนั้นนางต้องระมัดระวังให้ดี
โชคดีที่มีระบบเซินหนง หลินเมิ้งหยากดเปิดโหมดการนอน นางจึงได้หลับเต็มตื่น
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความเมื่อยล้าในร่างกายพลันหายไป
เพียงเลิกผ้าห่มออก นางก็ได้เห็นภาพเรือนหลังใหม่
“ป๋ายซู? ป๋ายซู?”
ห้องว่างเปล่า ไร้ซึ่งเงาของสาวใช้ทั้งสี่
หรือเพราะนางเปิดโหมดการนอนนานเกินไป ดังนั้นนางจึงไม่รู้สึกตัวว่าสาวใช้ของตนเองถูกลักพาตัวไปแล้ว?
นางรู้สึกกระวนกระวาย แต่เมื่อได้เห็นร่างอันคุ้นเคย นางจึงกลับมาหายใจคล่องขึ้นอีกครั้ง
แม้ใบหน้าของป๋ายซูจะเย็นชา แต่กลับไม่กระวนกระวาย ดูเหมือนนางจะคิดมากไปเอง
“นายหญิงตื่นแล้วหรือ ข้าจะประคองท่านล้างหน้าเอง”
ส่งเสียงดังประหนึ่งต้องการให้ใครได้ยิน
หลินเมิ้งหยาผงกศีรษะลง ดูเหมือนระหว่างที่นางนอนหลับจะมีคนมายุ่งกับสาวใช้ของนางเข้าให้แล้ว
“พวกป๋ายจีถูกส่งออกไปนอกวังแล้วเจ้าค่ะ พ่อบ้านเติ้งเดินทางมารับด้วยตัวเอง ส่วนของเหล่านี้เป็นของท