แม่ลูกทั้งสองต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง
เพียงแค่พวกเขาไม่แสดงออกมาให้เห็นก็เท่านั้น
“เรื่องนี้จะโทษเจ้าก็ไม่ถูก ต่อจากนี้ไปอย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เจ้าต้องจำเอาไว้ เสด็จพ่อของเจ้ากำลังประชวร ตอนนี้ทั้งในวังนอกวังล้วนมีคนจับตามองพวกเราอยู่”
คำพูดของฮองเฮาเสมือนคำพูดของแม่ที่เอ็นดูลูก ไท่จื่อที่ได้ยินรู้สึกประหลาดใจนัก
หมู่โฮ่ว…หมู่โฮ่วไม่โทษเขาเลยแม้แต่น้อย
เป็นไปไม่ได้!
“หมู่โฮ่วไม่โกรธลูกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
หยั่งเชิงถาม ทว่าฮองเฮากลับยกยิ้มเอ็นดู
“ฮวงเอ๋อร์ทำผิดอันใดเล่า? คนเราไม่อาจหนีจากการกระทำของตัวเองได้ ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้มิต่างอันใดจากสุภาษิตที่ว่าวัวหายล้อมคอก ต่อจากนี้ไปเจ้าต้องระมัดระวังให้มาก เจ้าเองก็เหนื่อยมาทั้งคืน ควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว เปิ่นกงขอมอบหมายหน้าที่ในการตามล่าหากลุ่มผู้กระทำความผิดให้แก่ฮวงเอ๋อร์ก็แล้วกัน”
ไท่จื่อมองฮองเฮาอย่างไม่อยากจะเชื่อ นางคือฮองเฮาที่มักจะเข้มงวดกับเขามาตั้งแต่เด็กจนโตจริงหรือ?
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา”
ถวายคำนับ ก่อนจะออกจากตำหนักชิงกงของฮองเฮา ไท่จื่อยังคงตกตะลึงอยู่
“ไท่จื่อ ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่? ฮองเฮาว่ากล่าวท่านหรือไม่เพคะ?”
ที่ด้านนอก หญิงสาวหน้าตางดงามสวมชุดชาววังเดินเข้ามาถามไถ่ด้วยความกังวล
นางคือคนโปรดคนใหม่ของไท่จื่อ…หยุนจิ่นอี นางมาแทนที่ชายารองตู๋กู
เมื่อเทียบกับชายารองตู๋กูผู้เลื่องชื่อในเมืองหล