วงแล้ว นางไม่เพียงมีใบหน้างดงาม แต่ยังมีความออดอ้อนอ่อนหวาน ซ้ำยังเอาใจใส่และเฉลียวฉลาด
เพียงเข้าวังมาได้ไม่นาน นางก็ได้รับความเอ็นดูจากไท่จื่อ
“จิ่นอี หมู่โฮ่วมิได้ตำหนิข้าแต่อย่างใด เจ้าคิดว่าหมู่โฮ่วไม่สนใจข้าและละทิ้งข้าแล้วหรือไม่?”
หญิงสาวผู้อ่อนโยนจับมือผู้ช่วยชีวิตของตนเองเอาไว้ ทว่าไท่จื่อกลับออกแรงดึงร่างของหยุนจิ่นอีเข้ามาสวมกอด
หมู่โฮ่วไม่อนุญาตให้เขาเข้าออกเผ่าเหยียนฮวา ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีวันยอมปล่อยให้เขาพาหญิงสาวเผ่าเหยียนฮวาเข้าวังมาด้วย แต่เพราะเขาดึงดันจะพานางเข้ามา หมู่โฮ่วจึงนำเงินทองจำนวนมากไปมอบให้ครอบครัวของนาง
หยุนจิ่นอีเอื้อมมือโอบบ่าไท่จื่อ
ทั้งสองยืนสวมกอดกันอยู่นอกประตูตำหนัก
“บนโลกนี้ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูกของตนเองหรอกเพคะ ช่วงนี้ไท่จื่อเหนื่อยเกินไป ฉะนั้นจึงคิดมาก บางทีอาจเพราะฮองเฮาเห็นว่าพระองค์เติบใหญ่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วต้าจิ้นเจียงซานจะต้องตกเป็นของพระองค์ ตอนนี้ถือเสียว่าพระองค์ฝึกฝนประสบการณ์ไปก่อนดีหรือไม่?”
หยุนจิ่นอีตอบเสียงอ่อนหวานปลอบโยนไท่จื่อ
ไท่จื่อหลงใหลในความงามของเหม่ยเหรินตรงหน้า เขาจ้องมองรอยยิ้มอ่อนโยนของนาง หัวใจพลันรู้สึกได้รับการปลอบประโลม
ถูกต้อง หมู่โฮ่วคงรู้แล้วว่านางเข้มงวดกับเขามากจนเกินไป
เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของหมู่โฮ่ว เป็นองค์รัชทายาทแห่งต้าจิ้น หมู่โฮ่วย่อมต้องฝากความหวังไว้ที่เขา
เขาคิดมากไปเองทั้งนั้น มันต้องเป็น