เช่นนั้นแน่
“ไท่จื่อ เสด็จแม่มีศัตรูคู่อาฆาตหรือไม่? สู้พระองค์เอาเวลาไปกำจัดคนที่คิดจะแย่งตำแหน่งของพระองค์ไปไม่ดีกว่าหรือเพคะ?”
หยุนจิ่นอีโน้มน้าวเสียงอ่อนหวาน ไท่จื่อยกมือขึ้นโอบร่างบาง หัวใจพลันครุ่นคิดหาแผนการทำลายหลงเทียนอวี้
แม้หลงเทียนอวี้จะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ทว่าเหล่าญาติพี่น้องกลับต้องการคำอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น
เช่นนั้นเขาควรเติมฟืนเข้าไปในกองไฟทีละนิด แม้หลงเทียนอวี้จะเก่งขนาดไหน แต่ก็มิอาจทัดทานพวกเขาได้อย่างแน่นอน
ยืมมีดฆ่าคน!
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้หลินเมิ้งหยาเข้ามาอยู่ในวังหลวงแล้ว หลังจากพ้นเดือนนี้ไป กองทัพสกุลหลินจะต้องกลับไปปกป้องชายแดนต่อ เมื่อถึงเวลานั้น ผู้หญิงคนนี้จะไม่มีทางหนีรอดไปจากเงื้อมมือของเขาได้
หลินเมิ้งหยาไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังถูกไท่จื่อหมายหัว
นางในประจำตัวของฮองเฮานำทางนางมายังเรือนเล็กทรุดโทรมหลังหนึ่ง
กวาดสายตามองด้วยความตื่นตะลึง เหยียดยิ้มขมขื่นพร้อมทั้งส่ายหน้า ฮวงจุ้ยไม่ดีเลยจริงๆ
“นายหญิงยังจะหัวเราะได้อีก เกรงว่าแม้แต่หนูยังไม่วิ่งมาที่นี่เลย พวกเรายังไม่เท่าไร แต่ท่านจะทำเช่นไรเพคะ?”
ป๋ายจื่อส่งเสียงบ่นพึมพำ คิดไม่ถึงเลยว่าฮองเฮาจะเป็นคนใจแคบเช่นนี้
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่ใส่ใจ นางทำเพียงกวาดสายตามองดูเท่านั้น
แม้จะทรุดโทรมเกินไปสักเล็กน้อย บรรยากาศวังเวง กำแพงเตี้ย แต่เมื่อมองออกไปจากทางหน้าประตูจะสามารถเห็นบริเวณรอบๆ ได้อย่างชัดเจ