น ซ้ำที่นี่ยังไม่ถูกจับตามองอีกด้วย
“ตอนนั้นพวกเราเองก็ปล่อยให้ซ่างกวนฉิงอาศัยอยู่ที่เรือนเล็กทรุดโทรมเหมือนกันนี่ ดูเหมือนนี่จะเป็นวิธีการล้างแค้นแทนน้องสาวของฮองเฮา ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถิด”
แม้ภายในจะเก่าแก่ แต่อย่างน้อยก็สามารถอาศัยอยู่ได้
ห้องหับกว้างขวาง แต่กลับมีกลิ่นชื้นและเชื้อราขึ้นกระจัดกระจาย
“นายหญิงได้โปรดรอสักครู่ ร่างกายของท่านอ่อนแอ เดี๋ยวจะเกิดอาการแพ้เอาได้เจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าข้างในนี้มีเตาถ่าน ท่านได้โปรดรอสักประเดี๋ยว ให้ห้องอุ่นขึ้นหน่อยแล้วท่านค่อยเข้ามา”
ป๋ายจีและป๋ายซูเดินนำเข้าไปข้างในก่อน หลินเมิ้งหยาอยากเดินตามพวกนางเข้าไป แต่กลับถูกป๋ายซ่าวจับตัวกดลงบนเก้าอี้
เก้าอี้หินถูกหุ้มด้วยผ้า ไม่หนาวแต่ก็ไม่นิ่ม หลินเมิ้งหยาสวมใส่ชุดค่อนข้างหนา แต่ถึงกระนั้นก็ยังสัมผัสถึงความเย็นได้
“ตอนนี้ถึงเวลาพักผ่อนแล้ว ไม่ทราบว่านี่คือชายาอวี้ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
จู่ๆ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจากด้านนอก หลินเมิ้งหยาหันหน้าไปมอง ก่อนจะเห็นเป็นชายในชุดสีเทากำลังเดินเข้ามา
“เชิญกงกงตามสบาย นายหญิงของพวกเราคือชายาอวี้ สกุลหลิน ไม่ทราบว่ากงกงมีนามว่ากระไร?”
ป๋ายซ่าวรีบลุกออกไปต้อนรับ ก่อนจะถวายคำนับ
แม้จะอยู่ฝ่ายใน แต่กงกงตรงหน้ากลับสวมใส่เพียงชุดสีเทาธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นยังมีท่าทางเคร่งขรึม ไม่มีท่าทางตุ้งติ้งเหมือนขันทีคนอื่น
“เป็นสาวใช้ที่เฉลียวฉลาดยิ่งนัก ชายาอ