้วหันไปมองไท่จื่อและฮองเฮา
“อันที่จริงหมู่โฮ่วคงมีความเห็นในใจแล้ว เมื่อครู่ตอนที่องครักษ์จะสังหารเขา แต่กลับร้องห้ามและปล่อยให้เขาตะเกียกตะกายมาหาข้า ถูกต้อง ก่อนเขาตายเขาเรียกชื่อข้า แต่นั่นเป็นหลักฐานว่าข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ การลอบสังหารในคราวนี้อุกอาจยิ่งนัก แต่เพราะเหตุใดก่อนที่เขาจะตาย เขาจึงหันมาแว้งกัดเจ้าของเล่า? ท่านอ๋องจะโง่เขลาถึงขนาดวางแผนลอบสังหารและสุดท้ายแล้วเมื่อเขาจะตายก็สั่งให้เขาโยนความผิดมาให้จวนอวี้กระนั้นหรือ? หมู่โฮ่ว หม่อมฉันขอร้องพระองค์ได้โปรดตรวจสอบความจริงและมอบความบริสุทธิ์ให้จวนอวี้ด้วยเพคะ”
ไม่ว่าหลงเทียนอวี้จะเป็นผู้สั่งการหรือไม่ หลินเมิ้งหยาไม่มีทางยอมรับง่ายๆ อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่คนๆ นั้นราวกับได้ช่วยหลงเทียนอวี้เอาไว้
ไม่รู้ว่ายอดฝีมือท่านไหนกันที่สร้างสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมา
“เอาล่ะ เปิ่นกงจะตัดสินเรื่องนี้เอง เขาก็แค่มือสังหารคนหนึ่งเท่านั้น เรามิอาจเชื่อถือได้ บางทีเขาอาจต้องการใส่ร้ายอวี้เอ๋อร์ก็เป็นได้ เรื่องนี้เปิ่นกงจะตรวจสอบให้ชัดเจนและประกาศให้ทุกคนได้รับรู้”
ฮองเฮายังคงเป็นฮองเฮาคนเดิม หลังจากปลอบโยนหลินเมิ้งหยาแล้ว นางแสดงความคิดเห็นที่หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงพยักหน้ารับ
“ทูลหมู่โฮ่ว การลอบสังหารในคราวนี้ทำให้ญาติพี่น้องล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่เพราะเหตุใดก่อนที่มือสังหารจะตาย เขาจึงพยายามกัดฟันพูดเช่นนั้นกับชายาอวี้เล่า? เรื่อ