งนี้จะต้องมีเงื่อนงำอย่างแน่นอน เช่นนั้นพวกเราคุมตัวชายาอวี้เพื่อรอการไต่สวนก่อนมิดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ไอ้ไท่จื่อบ้านี่! หลินเมิ้งหยาก่นด่าเขาในใจ
ทว่าสีหน้ายังคงเป็นปกติดังเดิม ดูเหมือนไท่จื่อจะอยากใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อลงโทษนาง
“คงทำเช่นนั้นไม่ได้ การปลอบโยนญาติพี่น้องเกี่ยวเนื่องกับหน้าตาของราชวงศ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชายาอวี้เองก็นับเป็นคนของราชวงศ์ คำพูดเพียงประโยคเดียวของมือสังหารไม่มีค่าพอที่จะคุมขังชายาอวี้ได้ หากคุมขังชายาอวี้แล้วล่ะก็ เหล่าราษฎรคงคิดว่าเหล่าเชื้อพระวงศ์โง่เขลาเบาปัญญา ไม่ตรวจสอบความผิดให้ดีและใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์”
หลินเมิ้งหยาตื่นตะลึง เหตุเพราะประโยคเหล่านี้ออกจากปากของคนที่หลินเมิ้งหยาไม่รู้จัก
ชายคนนี้แต่งกายงดงามราวผู้หญิง ใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่น ท่าทางเหมือนนักปราชญ์
ฮองเฮาชำเลืองมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะผงกศีรษะลง
เมื่อหันมาสบตากับนาง ชายคนนั้นทำเพียงพยักหน้าให้ โดยมิเอ่ยอันใดออกมา
“อ๋องเซิ่นกล่าวถูกต้องแล้ว เปิ่นกงจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ละเอียด หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากชายาอวี้ คาดว่าชายาอวี้คงไม่ปฏิเสธ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ก่อนที่เรื่องราวจะถูกตรวจสอบอย่างชัดเจน เจ้าเข้ามาพักอาศัยในวังหลวงชั่วคราว เปิ่นกงได้ยินมาว่าเจ้ามีความสามารถทางการแพทย์ เหล่าขุนนางเสนอเปิ่นกงอยู่หลายครั้งให้เจ้าเข้าวังมารักษาพระอาการประชวรของฮ่องเต้ การเข้ามา