ล้วแต่เจ้า”
ชักสายตากลับ ดวงตาเจือไว้ซึ่งความเศร้าหมอง หลงเทียนอวี้ถอนหายใจ ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้านาง
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากข้าทำสำเร็จ เจ้าจะไม่ต้องเข้าวังไปเผชิญหน้ากับฮองเฮาและไท่จื่อ”
เอ๋? หัวใจของหลินเมิ้งหยาเต็มไปด้วยความสงสัย
กระพริบตาปริบๆ ตอนแรกนางคิดว่าหลงเทียนอวี้จะพุ่งตัวเข้ามาแล้วส่งเสียงเข้มเค้นถามนาง จากนั้นพวกเขาทั้งคู่จะเริ่มทะเลาะกันเสียอีก
แต่หลงเทียนอวี้กลับส่งเสียงอ่อนโยนพูดคุยกับนาง
“ยังไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ? วังหลวงอันตรายมากมายนัก หากข้าช่วยเสด็จพ่อออกมาได้ เจ้าจะไม่ต้องเข้าไปในวังหลวงเพื่อรักษาอาการของเสด็จพ่อ ทั้งเสด็จพ่อและเจ้าจะไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย”
จ้องดวงตาสีดำขลับของเขา ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่ดวงตาคู่นั้นอ่อนโยนได้ขนาดนี้ หลินเมิ้งหยารู้สึกเหมือนเด็กกระทำความผิด ดังนั้นจึงทำอะไรไม่ถูก
“ข้า…แต่ว่า วันนี้เจ้าห้ามทำอะไรเด็ดขาด ฮองเฮามิได้จัดการง่ายๆ อย่างที่เจ้าคิด เพียงได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ข้ารู้แล้วว่าตัวเองจำเป็นต้องเข้าวัง แม้เจ้าจะไม่ให้ข้าไป แต่ข้าเชื่อว่าฮองเฮาจะต้องไม่ปล่อยข้าไว้อย่างแน่นอน”
ความลับนี้เปรียบเสมือนลูกศรที่ฮองเฮามีไว้ใช้ปกป้องตนเองและปล่อยมันพุ่งเข้ามาสังหารนางในเวลาเดียวกัน
เห็นได้ชัดว่าฮองเอาไม่อยากให้หลงเทียนอวี้ลงมือทำอะไร หรืออาจพูดได้ว่ายังไม่ถึงเวลานั้น ฉะนั้นนางจึงใช้พระสนมเต๋อเฟยมาข่มขู่นาง
แต่เมื่อเหตุก