ม่มีทางลงมือทำอย่างแน่นอน
“เจ้าจงไปบอกทุกคนให้ล้มเลิกภารกิจ”
หลงเทียนอวี้หมุนตัวไปออกคำสั่งกับหญิงสาวชุดดำ
หญิงสาวชุดดำพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหายไปในความมืด
มองตามแผ่นหลังของหลงเทียนอวี้ หลินเมิ้งหยารู้สึกทำอะไรไม่ถูก นับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องนั้นขึ้น นางก็มิได้พูดคุยกับเขาอีก
ควรพูดอะไร ควรพูดอะไรออกมาดี นางรู้ราวกับหินก้อนใหญ่หล่นทับอยู่บนลำคอ
“เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”
ผลปรากฏว่าเขาหันมาถามเรื่องนี้
หลินเมิ้งหยากำมือแน่น ก่อนจะหาข้ออ้าง
“ข้า…ตอนที่ข้าออกมา ข้าเห็นพวกทหารของวังหลวงเข้มงวดผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้น…ทั้งที่วังหลวงเต็มไปด้วยแสงไฟ แต่ตำหนักชิงกงของฮ่องเต้กลับมืดสนิท ข้าเลยคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
หลินเมิ้งหยาพยายามหาข้ออ้าง ก้มหน้าลง สายตาล่อกแล่ก นางไม่ทันสังเกตเลยว่าชายตรงหน้าหมุนตัวกลับมาจ้องนางตั้งแต่ตอนไหน
“ข้ารู้เรื่องนี้ดี ข้าแค่อยากถามเจ้าว่าเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าฮองเฮารู้แผนการของข้า หากเจ้ามีเพียงเหตุผลแค่นี้ นั่นเท่ากับทั้งหมดเป็นเพียงการเดาของเจ้า”
แย่แล้ว หลินเมิ้งหยาตื่นตระหนก นางไม่กล้าเงยหน้า ไม่ว่าอย่างไรนางจะต้องปิดบังความลับนี้เอาไว้
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว นางจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“ข้ามีเหตุผลของข้า ก็เหมือนที่เจ้ามีความลับของเจ้า ในเมื่อเจ้าไม่จริงใจกับข้าก่อน ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทุกอย่างกับเจ้า พวกเราก็เหมือนกันนั่นแหละ จะเชื่อหรือไม่สุดแ