ที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือไม่รู้ว่ากลิ่นหอมฉุนเหล่านี้ผลิตขึ้นจากสิ่งใด มันกลบกลิ่นยาทั้งหมด นางสัมผัสได้เพียงกลิ่นฉุนจนเหม็นโดยมิอาจจำแนกได้ว่ามันคือยาอะไรกันแน่
นางเดินเข้าไปในห้อง เห็นพระสนมเต๋อเฟยนอนอยู่บนเตียงโดยไม่เปิดแม้กระทั่งผ้าม่านคลุมเตียง
ครุ่นคิด หนึ่งคงเพราะอาการป่วยยังไม่ดีขึ้น สองคงเพราะไม่อยากเห็นหน้าลูกสะใภ้อกตัญญูเช่นหลินเมิ้งหยา
“ถวายพระพรหมู่เฟย หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระองค์ประชวรมาหลายวันแล้ว หม่อมฉันเป็นห่วง แต่ก็ไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของหมู่เฟย หมู่เฟยได้โปรดอภัยด้วยเพคะ”
เรือนในตำหนักหยาเสวียนมีเพียงแสงริบหรี่ เตาจุดเครื่องหอมตรงหน้าส่งกลิ่นฉุนยิ่งขึ้น
แปลกเหลือเกิน หลินเมิ้งหยาไม่รู้สึกระคายจมูก แต่กลับรู้สึกจิตใจสงบ ดูเหมือนกลิ่นนั้นจะต้องมีส่วนผสมของยาระงับประสาท
ที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือกลิ่นของยาตัวนี้เหม็นจนมิอาจรู้ได้ว่ามันคือยาชนิดใด ยิ่งไปกว่านั้นเรดาร์ยังไม่ส่งสัญญาณเตือน เห็นได้ชัดว่ามันมีส่วนผสมที่ค่อนข้างปลอดภัย
“พวกเจ้าคนหนุ่มสาวล้วนมีงานของตัวเองให้ต้องทำ ช่วยไม่ได้หรอกที่จะไม่มีเวลามาที่นี่ ร่างกายของเปิ่นกงยังไม่แข็งแรง รบกวนเจ้าไปบอกอวี้เอ๋อร์ด้วยว่าเปิ่นกงคงไม่ไปร่วมงานเลี้ยงวันมะรืน”
เอ่ยเสียงแผ่วราวกับคนไร้เรี่ยวแรง แตกต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว หลินเมิ้งหยาสงสัย หรือพระสนมเต๋อเฟยจะป่วยจริงๆ?
“เพคะ หมู่เฟยโปรดรักษาสุขภาพด้วย หม่อมฉันจะจัด