อให้ผู้คนชื่นชมแต่เพียงเท่านั้น
“ดูเหมือนคนปลูกจะมิใช่คนโลภ เช่นนั้นพวกเราลองไปดูดีหรือไม่ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ปลูกต้นเหมยเหล่านี้”
ชิวอวี้พยักหน้าเล็กน้อย
ทั้งสองเดินอ้อมกำแพงหนึ่งรอบ แต่กลับไม่เห็นสิ่งที่คล้ายกับประตู
จนกระทั่งเดินอ้อมมาทางด้านหน้าสุด พวกเขาจึงพบว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นสวนด้านหลัง
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาจึงได้เห็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่
ร้านแห่งนี้เป็นเหมือนสถานที่นัดรวมตัวกันของเหล่ากวี ภายในมีทั้งน้ำชาและเหล้า รวมถึงบริกรหญิงหน้าตางดงาม
แต่หญิงสาวเหล่านี้แตกต่างจากร้านชิงโหลว
พวกนางล้วนเป็นนักกวีและมีพรสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมิอาจใช้เงินซื้อพวกนางได้
ฉะนั้นเถ้าแก่ร้านนี้อาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเถ้าแก่ร้านชิงโหลวก็เป็นได้
“ที่แท้ก็เป็นร้านเป่ยโหลวนี่เอง แต่น่าเสียดายเหลือเกิน ทั้งที่เป็นต้นเหมยแดงต้นใหญ่ขนาดนั้นแท้ๆ แต่กลับมิอาจเข้าไปชื่นชมใกล้ๆ”
ชิวอวี้รำพึงอย่างเสียดาย โดยไม่รู้ว่าเขาเสียดายเพราะต้นเหมยจริงหรือไม่
เป่ยโหลว หลินเมิ้งหยาจับจ้องป้ายร้านอันแสนงดงามแปลกตา อยู่ๆ หัวใจพลันปรากฏภาพหนึ่ง
นางจำได้แล้ว บนเกี้ยวหลังนั้นมีตราประทับดอกเหมยติดอยู่
ใช่แล้ว ผ้าม่านกั้นประตูของเกี้ยวหลังนั้นประทับตราดอกเหมยสีแดง
แม้จะอยู่ในมุมอับ แต่นางจำได้ไม่ลืม
“พระชายา? พระชายา?”
ชิวอวี้มองหลินเมิ้งหยาที่กำลังเหม่อลอย เขาจึงใช้มือโบกตรงหน้านางด้วยควา