องนางดังออกมาจนถึงด้านนอก แต่ตอนนี้นางกลับเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น ซ้ำยังหัวเราะคิกคักแล้วยกมือขึ้นร่ายรำอยู่กลางอากาศ
ดูเหมือนสถานการณ์จะเลวร้ายมากขึ้นทุกที
“คนในหมู่บ้านของข้าเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนมีผู้หญิงในหมู่บ้านคนหนึ่งที่เสียสติหลังจากรู้ว่าสามีของตัวเองตายจากไป นางบอกกับทุกคนว่าสามีของนางยังไม่ตาย เมื่อตกดึกนางทั้งร้องไห้และหัวเราะ แต่ก่อนนายหญิงเองก็เคยมีอาการเช่นนี้ หรือว่าอาการจะกำเริบอีกครั้ง?”
ป๋ายหลี่หาได้พูดจาเลื่อนลอย ป๋ายจื่อที่ได้ฟังและคิดตามถึงกับร้องไห้ออกมา
“ฮือ ฮือ สมัยก่อนตอนฮูหยินจากไป นายหญิงเองก็เสียสติเช่นนั้น พวกเจ้าคิดว่าที่นายหญิงเป็นเช่นนี้ก็เพราะเสียใจจากท่านอ๋องหรือไม่?”
คำพูดของป๋ายจื่อทำให้หัวใจของทุกคนราวกับถูกก้อนหินหล่นทับ
นางพูดจามีเหตุผล หากหลินเมิ้งหยาเสียสติขึ้นมาจะทำเช่นไร
“ข้าได้ยินมาว่าคนเสียสติมักจะตบตีผู้อื่นและทำร้ายตัวเอง อีกเดี๋ยวข้ากับเสี่ยวอวี้จะเข้าไปรั้งตัวนางเอาไว้ ป๋ายซูเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไว ป๋ายซ่าวเองก็มีความกล้าหาญ พวกเจ้าทั้งสองรับผิดชอบหน้าที่มัดตัวนางเอาไว้ เฮ้อ ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกเสียแล้ว วางใจเถิด ข้าจะหาหมอฝีมือดีมารักษาอาการของเจ้าเด็กน้อยให้ได้”
สีหน้าของชิงหูเคร่งขรึม สายตาเป็นกังวล
ยิ่งเป็นคนมีความคิดลึกซึ้งมากเท่าไรก็จะยิ่งดื้อดึงมากขึ้นเท่านั้น แต่เจ้าเด็กน้อยของเขาอายุยังน้อย เหตุใดจึงกล