หลินเมิ้งหยายังคงรู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่หัวใจกลับอยากทำให้มันชัดเจน
อย่างน้อยนางก็ควรได้รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นคือใครมิใช่หรือ?
ฉะนั้นหลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนทุกข์ระทม หลินเมิ้งหยาที่เคยยุ่งกับงานใหญ่จึงตัดสินใจผันตัวเป็นคนขี้นินทา
วันถัดมา นางเรียกคนเข้ามาแต่งตัวให้แต่เช้า
สวมชุดสีแดงสดปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋น
ศีรษะประดับรัดเกล้าสีทองอร่าม แม้แต่สาวใช้ทั้งสี่ยังตกตะลึงกับความงดงาม
วันนี้หาใช่มีงานเลี้ยงหรือวันที่นายหญิงต้องเข้าวัง เหตุใดจึงแต่งตัวงดงามเช่นนี้…
หลินเมิ้งหยาส่องดูตัวเองในกระจก นางพอจะเข้าใจได้แล้วว่าเพราะเหตุใดพวกนางจึงมองตนเองเช่นนี้
แต่อยู่ๆ นางก็เปลี่ยนใจ ดึงปิ่นปักผมออกจากศีรษะ แต่ก่อนนางเคยเห็นฮูหยินท่าทางสง่างามในละครทีวี
แต่ตอนนี้พอเรื่องเกิดขึ้นกับตนเองจึงเข้าใจ หากหัวใจของฝ่ายชายมิได้อยู่กับตน ต่อให้นางแต่งตัวงดงามขนาดไหนก็ไร้ประโยชน์
“ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? เหมือนคนกำลังมีเรื่องกลุ้มใจอย่างไรอย่างนั้น”
ป๋ายจีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หลินเมิ้งหยา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
หลินเมิ้งหยาเหลือบมองนาง แต่ไม่พูดสิ่งใดออกมา
จะว่าอย่างไรดีนะ? นางควรจะบอกสาวใช้ของตนเรื่องที่หลงเทียนอวี้มีอนุ ดังนั้นนางที่ไม่อาจยอมรับได้จึงคิดจะให้ตามล่าหาอนุนางนั้นเพื่อระบายอารมณ์?
นั่นหาใช่ตัวตนที่แท้จริงของนางไม่
“ช่วงนี้ข้าอารมณ์ไม่ดีจึงอยากออกไปเดินเล่น พวกเ