งหัวใจคนจึงจะแยกออกว่าคนเหล่านั้นต้องการทำการค้าหรือมาวุ่นวายกับกลุ่มสามสหาย
นั่งลงด้านหลังโต๊ะ การนั่งลงบนพื้นทำให้นางรู้สึกเก้ๆ กังๆ
ตั่งในตำหนักหลิวซินสบายกว่าตั่งที่นี่ร้อยเท่า ทว่าหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกว่าที่แห่งนั้นสบายจนเกินไป
เอนกายลงบนพื้น หลินเมิ้งหยาเหยียดแข้งเหยียดขาอย่างสบายอารมณ์
แม้แต่ชิงหูก็หลุดขำพรืด น้อยครั้งนักที่เขาจะได้เห็นอากัปกิริยาเช่นนี้ของเจ้าเด็กน้อย
เขาลดผ้าม่านลง ก่อนจะเลียนแบบท่าทางของหลินเมิ้งหยา ทว่าครู่ต่อมาเขาก็ใช้มือทั้งสองข้างเท้าแก้ม ก่อนจะจ้องมองเจ้าเด็กน้อยตรงหน้าตาไม่กระพริบ
“เหตุใดจึงมองข้าเช่นนั้นเล่า? เฮ้อ โตมาขนาดนี้แล้ว นี่เป็นวันแรกที่รู้สึกเหมือนได้แสดงตัวตนของข้าออกมาจริงๆ”
หลินเมิ้งหยาอ้าปาก ก่อนจะนอนลงบนพื้น
มองดูเพดานสูงพลางส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
ในยุคสมัยปัจจุบัน นางดูเหมือนรุ่นพี่ผู้เย็นชาและไร้ความรู้สึก นางยังจำภาพรุ่นน้องที่ถูกอาจารย์สอนสั่งเหล่านั้นได้ พวกเขาเคารพเลื่อมใสนางเป็นอย่างมาก
อย่าว่าแต่เข้ามาล้อเล่นเลย ขนาดจะทักทายยังแทบจะไม่กล้า
เมื่อข้ามภพมายังที่นี่ นางพยายามเป็นอย่างมากที่ไม่ให้ใครมองข้อบกพร่องของตนเองออก
ความคิดที่อยากอยู่แบบคนที่ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใดเสมือนต้นหญ้าที่ผุดออกมาจากพื้นดินปรากฏขึ้นในหัวใจของนาง
“หากเจ้าอยากมีชีวิตเช่นนี้ เจ้าสามารถมาอยู่ที่นี่ได้ทุกเวลา เพียงแค่…เจ้าทำใจจากหลงเทียนอวี้ได้อย่างนั้นหร