ภายในตำหนักหลิวซิน ทุกคนเข้ามายืนรวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน
ตอนที่หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปในตำหนัก สายตาพลันเหลือบเห็นหลินจงอวี้และชิงหูกำลังกำดาบในมือแน่นเพราะต้องการจะออกไปช่วยเหลือนาง
โชคดีที่ได้เห็นว่านางกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ดวงตาพวกเขาเบิกกว้างจนเกือบจะเท่าระฆังทองแดง
“พี่สาว ท่าน…ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
เสี่ยวอวี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพุ่งตัวเข้าสู่อ้อมกอดของหลินเมิ้งหยาทันที
ดวงตาราวกับกวางน้อยเผยร่องรอยแห่งความโศกเศร้า หลินเมิ้งหยาหันไปมองชิงหูอย่างไม่เข้าใจ เด็กคนนี้กลายเป็นคนอ่อนไหวเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
“ข้าไม่เป็นอะไร พวกคนเลวถูกหลินขุยไล่ไปหมดแล้ว อย่าได้กังวลไปเลย ลองดูสิ ข้ายังอยู่ดีมิใช่หรือ?”
ทว่าศีรษะในอ้อมกอดกลับส่ายเบาๆ ไม่ไกลกันนั้น หวานเหยียนเลี่ยวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าของเขาปรากฏร่องรอยบาดแผล เสื้อผ้าสกปรกขาดวิ่นเล็กน้อย
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? หรือตำหนักหลิวซินของนางจะถูกโจมตี?
“นายน้อย ท่านได้โปรดรักษาตัวเองให้ดี อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามอีก”
ทว่าเสี่ยวอวี้กลับจ้องหวานเหยียนเลี่ยเขม็ง ดวงตาเจือไว้ซึ่งความเกลียดชัง แม้แต่หลินเมิ้งหยายังรู้สึกตกตะลึง
นี่…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หาใช่กงการอะไรของเจ้าไม่! หวานเหยียนเลี่ย ข้าจะจดจำเรื่องในวันนี้เอาไว้ หากพี่สาวได้รับบาดเจ็บเพราะเจ้าแม้เพียงเล็กน้อย ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน!”
เสี่ยวอวี้ตะค