ด้ลำบากแต่อย่างใด พระชายากังวลเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หัวใจยังคงกระสับกระส่าย เหลือบมองไปทางเกี้ยว ทั้งที่ยังเป็นเกี้ยวอันเดิม ทว่านัยน์ตาของหลินเมิ้งหยากลับสั่นไหว
“ลำบากพวกท่านแล้ว ไม่ทราบว่าสาวใช้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บหรือไม่? เหตุใดพวกนางจึงยังไม่ลงจากเกี้ยวเล่า?”
ชายคนนั้นหันไปมองทางเกี้ยว ก่อนจะเอ่ย
“บางทีอาจเพราะอันธพาลเหล่านั้นทำให้พวกนางตกใจหวาดผวา พวกนางทั้งสองเป็นหญิงสาวที่อยู่แต่ในจวน คงมิเคยเจอเรื่องอันตรายใดๆ มาก่อน ดังนั้นอาจจะรู้สึกหวาดกลัวพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งหมดดูสมเหตุสมผล หลินเมิ้งหยามิอาจจับผิดอะไรได้ ชำเลืองมององครักษ์ทั้งสองด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางจึงยังรู้สึกกังวล
“เช่นนั้นทุกคนเข้ามาในจวนเถิด รบกวนพวกเจ้ายกเกี้ยวเข้ามาในจวนด้วย”
หลินเมิ้งหยาเบี่ยงตัวไปอีกทางเพื่อหลีกทางให้
หัวหน้าองครักษ์โบกมือ คนเหล่านั้นรีบยกเกี้ยวเดินผ่านประตูจวน แต่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น จู่ๆ เกี้ยวทางด้านขวาก็เอนเอียงขึ้นมา
“ไอหยา…” เสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากภายใน หลินเมิ้งหยารีบก้าวไปทางด้านนั้นทันที
“ทุกคนระวังหน่อย อย่าทำให้สาวใช้ของข้าได้รับบาดเจ็บ”
ขณะที่พูด นางคิดจะเดินเข้าไปทางผ้าม่านหน้าเกี้ยว
ทว่าเพียงยื่นมือเข้าไปสัมผัสผ้าม่าน ร่างของหลินเมิ้งหยาพลันหมุนกลับไปอีกทาง ครู่ต่อมานางกระโดดไปยืนประชิดด้านหลังประตูทางเข้า
“พรึบ” ชายชุดดำจำนวนมากพลันโผล่เข้ามายืนด้าน