อกไป
แต่ถึงกระนั้นหลินเมิ้งหยาก็ยังมิอาจนิ่งนอนใจ นางกังวลว่าพวกเขาจะสบโอกาสเข้ามาทำร้ายตนเอง
ในที่สุดเสียงกระทบกันของดาบก็หายไป หลินเมิ้งหยาแอบโผล่หน้าออกไปมอง
พื้นที่หน้าประตูจวนอวี้มิต่างอันใดจากสนามรบ เกี้ยวทั้งสองเอนเอียงเกือบคว่ำอยู่ตรงหน้า
ผ้าม่านของเกี้ยวถูกตัดจนขาดไปแล้ว ดังนั้นนางจึงได้เห็นหน้าไม้สองอันที่ถูกออกแบบมาอย่างดีภายในเกี้ยว
หลินเมิ้งหยาเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดพวกเขาจึงอยากนำเกี้ยวเข้ามาในจวนนัก
บนพื้นในเวลานี้มีศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่เป็นจำนวนมาก หลินเมิ้งหยาพินิจพิจารณาก่อนจะพบว่าเป็นใบหน้าที่นางไม่รู้จักทั้งสิ้น
“พระชายาไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
หลินขุยที่ถือดาบเอาไว้ในมือรีบเข้ามายืนตรงหน้าหลินเมิ้งหยา สายตาเปี่ยมไปด้วยความกังวล
“ข้าไม่เป็นไร บอกทุกคนว่าไม่ต้องตามแล้ว คนพวกนี้ล้วนเป็นตัวล่อของป๋ายหลี่อู๋เฉิน หากตามไปแล้วล่ะก็ อาจจะต้องตายเปล่า”
หลินขุยไม่เสียเวลาพูดมาก เมื่อได้ยินคำสั่งของหลินเมิ้งหยา เขารีบตะโกนเรียกทุกคนกลับมา
องครักษ์ที่เพิ่งจะออกไปไล่ล่ารีบเข้ามาห้อมล้อมตัวหลินเมิ้งหยาเอาไว้ พวกเขาล้วนระแวดระวังเพื่อนข้างกายของตนเอง
ครุ่นคิด บางทีพวกเขาอาจคุ้นเคยกับพวกคนเมื่อครู่ก็เป็นได้
ช่างเป็นแผนการที่ชั่วช้ายิ่งนัก! แม้เขาจะฆ่านางไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็สามารถทำให้พวกองครักษ์ขาดความเชื่อใจซึ่งกันและกัน
ความหวาดระแวงสงสัยมิต่างอะไรจากระเบิดที่รอวันป