ุญาตจากหลินเมิ้งหยาก่อน
“ข้ารู้ดีว่าท่านหวานเหยียนต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ข้าหาใช่คนคิดเล็กคิดน้อยไม่ ขอเพียงเสี่ยวอวี้มีชีวิตรอดปลอดภัย เท่านี้ข้าก็ไม่กังวลสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว”
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด
ไม่ว่าหลินเมิ้งหยาหรือหวานเหยียนเลี่ยก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากก่อน พวกเขาล้วนอ่านใจแต่ละฝ่ายออก โดยเฉพาะหลินเมิ้งหยาที่เป็นคนมีความอดทนสูง
แม้หวานเหยียนเลี่ยจะกำลังจิบชา ทว่าสมองของเขากำลังประมวลผลอย่างหนัก เขาเชื่อว่าหญิงสาวตรงหน้าหาได้มีจิตใจสงบนิ่งดั่งท่าทางที่แสดงออก
แต่เมื่อตระหนักว่านางเป็นลูกสาวของหลินมู่จือ เขาจึงทำได้เพียงแอบส่ายหน้า คนทั้งสกุลหลินล้วนเป็นศัตรูตัวฉกาจของอาณาจักรเพื่อนบ้านทั้งสิ้น
หากมิใช่เพราะสองพ่อลูกสกุลหลินคอยคุ้มกันชายแดนเอาไว้ เกรงว่าป่านนี้เมืองเลี่ยหยุนตี้คงทำลายต้าจิ้นได้นานแล้ว
ลอบถอนหายใจในใจ นายน้อยเชื่อฟังเพียงคำพูดของนาง เฮ้อ เขาคงทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้ายอมรับ
“อันที่จริงข้าน้อยมีเรื่องต้องการขอร้อง หวังว่าพระชายาจะอนุญาต”
หลินเมิ้งหยาชำเลืองมองหวานเหยียนเลี่ย ดูเหมือนเขาไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อได้อีกต่อไป
“เสี่ยวอวี้ เจ้าจงออกไปข้างนอกก่อนเถิด พี่สาวมีเรื่องปรึกษากับท่านหวานเหยียน”
เสี่ยวอวี้รีบลุกขึ้นแล้วเดินออกนอกประตูไปอย่างว่าง่าย หัวใจของหวานเหยียนเลี่ยรู้สึกเปรี้ยวเสมือนน้ำส้มสายชู เขาต้องใช้เวลานานเกือบครึ่งปีกว่านายน้อยจะเลิ