“เอาล่ะ เจ้าพูดน้อยๆ หน่อยเถิด”
หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงเอ่ยขัดเสียงบ่นของชิงหู ถึงอย่างไรหลงเทียนอวี้ก็ได้รับบาดเจ็บเพราะช่วยเหลือนาง
นางมิใช่คนที่ไม่รู้จักทดแทนบุญคุณใคร ยิ่งไปกว่านั้นนางรู้ดีว่าหลงเทียนอวี้กำลังเจ็บปวด มีคนตายต่อหน้าเขามากมาย แม้คนเหล่านั้นจะทรยศหักหลังเขาแต่หลงเทียนอวี้หาใช่คนไร้หัวใจ
เขาเพียงแค่เก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ในใจก็เท่านั้น
“ตอนนี้ดึกมาแล้ว เจ้าเองก็รีบพักผ่อน ข้าสั่งให้ป๋ายจื่อทำน้ำแกงมาให้เจ้าแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกซ้ำสอง”
ท่ามกลางแสงไฟ ดวงตาของหลงเทียนอวี้เผยให้เห็นความอ่อนโยน หลินเมิ้งหยาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าลง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของตนเองอย่างว่าง่าย
ชิงหูและเสี่ยวอวี้ไม่สามารถเข้ามาในห้องนอนของนางได้ ดังนั้นสาวใช้ทั้งสี่และสัตว์เลี้ยงทั้งสองจึงเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนหลินเมิ้งหยาแทน
สัตว์เลี้ยงทั้งสองโตขึ้นมาก อารมณ์และความรู้สึกของพวกมันก็พัฒนามากขึ้นเช่นเดียวกัน แม้หลินเมิ้งหยาจะเอ็นดูสัตว์ทั้งสองมาก แต่ถึงกระนั้นนางก็ต้องระมัดระวังสัญชาตญาณสัตว์ป่าของทั้งคู่
เสี่ยวป๋ายและเสือน้อยล้วนฉลาดและมีไหวพริบ แม้จะไม่ถูกขังไว้ในกรงแต่ก็ไม่เที่ยวกัดใครไปทั่ว แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็เป็นเจ้าป่า การเลี้ยงไว้ในจวนอวี้แห่งนี้อาจทำให้เกิดข่าวลือเสียๆ หายๆ และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คนได้
นี่เป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในการได้อยู่ใกล