ลี่อู่เฉินเป็นชิ้นๆ ทว่าความตายของพวกจางเหลียงแลกมาซึ่งชีวิตของป๋ายหลี่อู๋เฉิน
ทั้งสองรีบถวายคำนับ ก่อนจะเข้าไปพยุงร่างของป๋ายหลี่อู๋เฉินออกจากสวนหย่อมไปทางประตูเยว่เหมิน
แม้จต้องสูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง ทว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินสามารถเอาชีวิตรอดออกไปได้
“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ ท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บหรือไม่?”
เพียงหลินเมิ้งหยาวางมือลงบนแขนของหลงเทียนอวี้ ความเปียกชื้นที่สัมผัสได้ทำให้หลินเมิ้งหยาตื่นตระหนก
รีบดึงแขนเขาเข้ามาตรวจดูอาการ ร่องรอยบาดแผลปรากฏต่อสายตา
“แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่เป็นอะไรหรอก หลินขุย เจ้าจงนำศพพวกเขาไปฝังให้ดี ถึงอย่างไรพวกเขาก็เปรียบเสมือนพี่น้องของเจ้า”
หลงเทียนอวี้รีบออกคำสั่งเรื่องจัดงานศพ ค่ำคืนนี้หัวใจของทุกคนราวกับถูกหินก้อนใหญ่วางทับเอาไว้
หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าพวกเขารู้สึกเช่นไรตอนที่ต้องเห็นพวกจางเหลียงตายต่อหน้าทีละคน แต่นางรับรู้ได้ว่าการที่ต้องเห็นพี่น้องตายต่อหน้าทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกหนักอึ้งเพียงใด
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลินขุยพยักหน้า ยังไม่ทันที่เขาจะหันไปออกคำสั่ง ทุกคนก็รีบเคลื่อนย้ายศพเข้าไปในคุกใต้ดิน
มองดูพวกเขาที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับการเคลื่อนย้ายศพ บรรยากาศในเวลานี้เงียบสงบและหนักอึ้ง ความรู้สึกผิดเล็กน้อยแล่นพล่านเข้าสู่หัวใจของหลินเมิ้งหยา
ป๋ายหลี่อู๋เฉินคิดว่าการปรากฏตัวของนางทำให้แผนการถูกทำลาย
หากนางไม่ปรากฏตัวขึ้นมาหรือตายไปตั้งแต่ตอนอยู่ใน