ี่เข้ามาจะสำรวจบาดแผลบนร่างของนาง นางจึงได้มีโอกาสพูดว่าหลงเทียนอวี้คือฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บ
รีบถือยาทำแผลเข้าไปในตำหนัก มองดูหลงเทียนอวี้ที่กำลังจะพันแผล
“หม่อมฉันทำเองดีกว่าเพคะ ป๋ายซ่าว ไปเอาผ้ากับน้ำอุ่นมา”
มือเล็กนุ่มนิ่มเอื้อมไปคว้ามือของเขาเอาไว้
หลงเทียนอวี้เงยหน้า ก่อนจะได้เห็นหลินเมิ้งหยา
ชิงหูหรี่ตาลงขณะมองมาทางเขา ขณะที่กำลังจะสบถใส่อีกฝ่าย จู่ๆ เขาก็รู้สึกได้ใจ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สุดท้ายคนที่หลินเมิ้งหยาเป็นห่วงที่สุดก็คือเขา
ค่อยๆ ล้างบาดแผลให้สะอาด จากนั้นใส่ยา ใช้ผ้าสะอาดพันบาดแผลให้กับหลงเทียนอวี้ การทำแผลสำหรับหลินเมิ้งหยาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
คราวนี้เพราะหลงเทียนอวี้ปกป้องนาง ขาจึงได้รับบาดเจ็บ ตอนนั้นนางรู้ว่ามีดเล่มนั้นจะต้องแทงลงบนแผ่นหลังของตนเองอย่างแน่นอน
หากมิใช่เพราะหลงเทียนอวี้ใช้แขนป้องกันเอาไว้แล้วล่ะก็ ป่านนี้นางคงสิ้นลมหายใจไปแล้ว
“ขอบพระทัยที่ช่วยชีวิตหม่อมฉันเอาไว้อีกครั้งเพคะ”
ท่ามกลางแสงเทียนวูบไหว หลินเมิ้งหยาก้มหน้าลงพันแผลให้กับเขา ก่อนจะส่งเสียงเบา
แม้ผมเผ้าของนางจะยุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เป็นระเบียบ ทว่าในสายตาของหลงเทียนอวี้ นางกลับน่ารักอย่างบอกไม่ถูก
ก็เหมือนกับนางที่เลี้ยงสัตว์ทั้งสองเอาไว้ แม้พวกมันจะมีเขี้ยวแหลมคมและกรงเล็บที่น่าเกรงขาม แต่เมื่อลองได้สัมผัสกลับทำให้รู้สึกชื่นชอบ
“เจ้าเป็นชายาของข้า การปกป้องเจ้าเป็นเรื่อง