เจียงหรูฉินยังคงสะอึกสะอื้นคร่ำครวญ ทว่าไม่มีใครนึกสงสารนางเลยแม้แต่น้อย
ผอจื่อร่างกำยำสองคนเข้ามาลากตัวเจียงหรูฉินออกจากตำหนักหยาเสวียน
นางส่งเสียงกรีดร้องประหนึ่งหัวใจจะแหลกสลาย หลินเมิ้งหยาไม่หันหน้ากลับไปมอง แม้คำพูดของนางเมื่อครู่จะมีเหตุผล แต่พระสนมเต๋อเฟยไม่มีทางเชื่อคำพูดนางทั้งหมดอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่คิดว่าตนเองจะสามารถปิดบังเรื่องนี้ได้ไปตลอดชีวิต
“ถึงอย่างไรหรูฉินก็สร้างเรื่องขณะที่พำนักในจวนอวี้ เจ้าลองบอกมาเถิดว่าจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร”
หลินเมิ้งหยาและพระสนมเต๋อเฟยจำต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด พระสนมเต๋อเฟยหมดหนทางแล้วหรือกำลังหยั่งเชิงนางอยู่กันแน่?
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าตนเองควรรับมือด้วยความระมัดระวัง
“เรื่องนี้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าเจียงหรูฉินหรือพวกเราก็ล้วนมิอาจดับเชื้อไฟได้ทัน หากสกุลชุ่ยสามารถให้อภัยได้นั้นนับว่าเป็นการดี แต่หากพวกเขายังไม่ยอมเลิกรา เกรงว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากตามมาอีกเพคะ”
พระสนมเต๋อเฟยจ้องนางเขม็ง ก่อนจะสบถในลำคอ
“เปิ่นกงรู้เรื่องนี้ดี แต่เพราะครั้งนี้สกุลชุ่ยเป็นผู้จับผิดได้ด้วยตนเอง หากเราไม่จัดการหรูฉินแล้วล่ะก็ เช่นนั้นสกุลชุ่ยคงมิปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปง่ายๆ อย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าคำพูดของตนเองนั้นไร้ประโยชน์ ก้มหน้าลง แสร้งทำท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะส่งสายตาลังเลไปทางพระสนมเต๋อ