ว่าเจ้าหมั้นแล้วมิใช่หรือ? หรือเจ้าอยากให้ข้าไปพูดกับสกุลของว่าที่คู่หมั้นเจ้าหน่อยหรือไม่ ว่าแต่ก่อนเจ้าเคยทำเรื่องไร้ยางอายเช่นใดกับพระสวามีของข้าบ้าง?”
หลินเมิ้งหยาไร้ซึ่งความกลัว คำพูดหยาบคายหลุดจากปากของนางจนอีกฝ่ายตัวแข็งทื่อ
เจียงหรูฉินเงียบกริบ ตอนแรกนางเพียงแต่ตามพระสนมเต๋อเฟยมาเพื่อยั่วยุหลินเมิ้งหยา แต่นางลืมไปว่าหากเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางกับหลงเทียนอวี้ถึงหูของสกุลคู่หมั้นแล้วล่ะก็ คราวนี้นางจบเห่แน่
นางตัดใจจากหลงเทียนอวี้ไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิอาจทำใจให้หลงเทียนอวี้ไปเสวยสุขกับผู้หญิงคนนี้ได้
พระสนมเต๋อเฟยเงียบอยู่นาน สีหน้าเคร่งขรึม
ดวงตาคู่สวยจับจ้องหลินเมิ้งหยาก่อนจะเอ่ย
“ดูเถิดว่าสกุลหลินอบรมสั่งสอนลูกหลานมาเช่นไร ทั้งที่เปิ่นกงยืนอยู่ที่นี่ แต่น้องสาวของเจ้ากลับเริ่มแสดงความยโสออกมา เกรงว่าเปิ่นกงคงมิอาจรับได้กับลูกสะใภ้เช่นนี้ คุณชายหลินคิดเห็นเช่นไร?”
หลังจากสนทนาอยู่นานสองนาน ในที่สุดพระสนมเต๋อเฟยก็พูดถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการมาที่นี่
พระสนมเต๋อเฟยจะทำใจยินยอมปล่อยให้อำนาจของจวนอวี้อยู่ในมือของหลินเมิ้งหยาได้เช่นไร
ดังนั้นนางจึงสร้างเรื่องเหล่านี้ขึ้น วัตถุประสงค์ก็เพื่อยืมมือคนสกุลหลินให้จัดการหลินเมิ้งหยา
สกุลหลินมีกฎระเบียบที่เข้มงวด พวกเขาไม่มีทางยอมปล่อยให้กฎเหล่านั้นถูกทำลายเพียงเพราะลูกสาวคนเดียว
สีหน้าของหลินหนานเซิงยิ่งไม่น่ามอง หันไปมองน