้องสาว ก่อนจะหันไปมองพระสนมเต๋อเฟยอีกครั้งด้วยท่าทางลำบากใจ
“พูดอะไรบ้างสิท่านแม่ทัพ เป็นใบ้หรืออย่างไร? พวกเจ้าสกุลหลินล้วนมีวาทศิลป์ในการพูดมิใช่หรือ?”
เจียงหรูฉินกลับมามีท่าทีหยิ่งผยองอีกครั้ง ริมฝีปากเหยียดยิ้มยั่วยุ
ทว่าหลินหนานเซิงกลับลุกขึ้นยืน ดวงตาเผยให้เห็นความเย็นชา
“กระหม่อมคิดมาเสมอว่าพระสนมเต๋อเฟยเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา แต่วันนี้พอได้เจอกับพระองค์แล้ว กระหม่อมคงต้องเปลี่ยนความคิด เหตุใดตอนที่มาขอลูกสาวสกุลหลินไปเป็นลูกสะใภ้จึงมิเอ่ยเช่นนี้หรือ? ได้โปรดอภัยให้กับความไร้มารยาทของกระหม่อมด้วย แต่เมื่อครู่กระหม่อมได้เห็นเพียงแค่กิริยาส่อเสียดบีบบังคับทำให้ผู้อื่นลำบากใจ วาจาหยาบคายเสียยิ่งกว่าแม่ค้าปากตลาด หากไม่พึงใจในตัวน้องสาวของกระหม่อม เช่นนั้นพระองค์สามารถยื่นฎีกาเพื่อขอให้อ๋องอวี้แยกทางกับน้องสาวของกระหม่อมได้ แม้พระสนมเต๋อเฟยจะเป็นโฮ่วเฟย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำให้ขุนนางชั้นสูงในราชสำนักต้องอับอาย เกรงว่าการกระทำในคราวนี้จะมิใช่เพียงกำลังดูหมิ่นขุนนางชั้นสูง แต่ยังดูหมิ่นพระราชโองการของฮ่องเต้ด้วย! แน่นอนว่าลูกสาวสกุลหลินของกระหม่อมมิเคยได้รับการสั่งสอนเช่นนี้ วันนี้กระหม่อมจะพาน้องสาวกลับจวน พรุ่งนี้กระหม่อมจะยื่นฎีกาขอพระราชทานอนุญาตหย่าร้างระหว่างน้องสาวและอ๋องอวี้! ยิ่งไปกว่านั้น กระหม่อมจะขอประกาศโทษคุณหนูเจียงไปด้วยกันเสียทีเดียว! เมิ้งหยา กลับบ้านกับ