่อดูจากอายุของเขา ตอนนี้เขาก็ยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ทว่าบ่าของเขากลับต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง
นางพอจะเดาฐานะของหลินจงอวี้ได้แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีหลักฐานที่จะยืนยัน
แต่ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงเสี่ยวอวี้ยังอยู่ในต้าจิ้นแม้เพียงวันเดียว เขาก็จะยังเป็นน้องชายของนาง เป็นลูกบุญธรรมของสกุลหลิน
เรื่องนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
มองดูเสี่ยวอวี้ที่เดินๆ หยุดๆ พร้อมทั้งหันหลังกลับมามอง หลินเมิ้งหยารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ตอนแรกนางคิดเพียงว่าได้รับเด็กคนหนึ่งมาเลี้ยงไม่ต่างอะไรจากแมวหรือสุนัข แต่ตอนนี้เขากลับเติบโตขึ้นมากและกำลังจะจากไป
โลกใบนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามการคาดการณ์ของหลินเมิ้งหยา
คนในเมืองหลวงไม่มีใครรู้เรื่องการมาเยือนของซินหลี
ต่อมา นางเดินทางไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่เคยแขวนซากศพต้นนั้น ปรากฏว่าศพที่น่าเวทนาเหล่านั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่รอยเลือดก็มิปรากฏให้เห็น
ทั้งทหารยาม ทหารเฝ้าประตูเมือง กองทัพล้วนยังคงปกป้องเมืองหลวงเป็นปกติ หลินเมิ้งหยาประหลาดใจเล็กน้อย ตอนแรกนางคิดว่าจะต้องมีคนพบเห็นเรื่องนี้บ้าง
แต่ถึงกระนั้น การต่อสู้อย่างลับๆ ยังคงดำเนินต่อไป
เพียงพริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเลยไปแล้วครึ่งเดือน ยิ่งใกล้ถึงช่วงสิ้นปี งานที่หลินเมิ้งหยาต้องรับผิดชอบก็มีมากขึ้น
“นายหญิง นี่เป็นชุดพิธีการที่ทางวังหลวงส่งมาเจ้าค่ะ ท่านลองดูเถิดว่ายังต้องปรับแก้ตรงไหนหรือไม่?”
“