ียงไม่นานนางสามารถจัดการงานได้อย่างคล่องแคล่ว หากเป็นคนอื่น อาจทำได้ไม่ดีเท่านาง”
คำชมเชยของพ่อบ้านเติ้งเป็นเรื่องจริง ครึ่งปีที่ผ่านมา มีเพียงสาวใช้ของหลินเมิ้งหยาทั้งสี่ที่มีพัฒนาการดีขึ้นมาก
มิใช่เพียงเพราะงานยุ่งเหยิงในตอนนี้ แม้แต่เวลาปกติหลินเมิ้งหยาเองก็ไม่จำเป็นต้องคอยกำชับ เหตุเพราะพวกนางสามารถจัดการงานได้ด้วยตนเอง
“เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว นี่ก็ใกล้จะสิ้นปี ข้าเองก็ควรจะไปจัดการอะไรสักหน่อย”
ภายในคุกใต้ดิน การศึกษาของท่านอาจารย์ป๋ายหลี่รุ่ยก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นฮูหยินหวังที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในตอนนั้นเองก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว
ท่านอาจารย์เล่าว่าอาการของฮูหยินหวังดีขึ้นมาก แต่ก็มักจะโวยวายขอพบนาง
นางที่เป็นเจ้าบ้านเองก็ควรจะไปพบฮูหยินหวังดูสักครา
แม้จะมีคนเข้าออกจวนเป็นจำนวนมาก แต่ถึงกระนั้นประตูทางเข้าออกคุกใต้ดินกลับไม่มีแม้แต่เงาของคนนอก
เหล่าองครักษ์ล้วนรู้ดีว่าหลินเมิ้งหยาคือชายาอวี้ อีกทั้งยังรู้ดีอีกด้วยว่าสาเหตุที่ตาเฒ่าในคุกใต้ดินยอมรักษาอาการบาดเจ็บของพวกเขาก็เพราะหลินเมิ้งหยา
ดังนั้นพวกเขาจึงสำนึกบุญคุณของหลินเมิ้งหยายิ่งนัก
คุกใต้ดินมีคนอยู่ไม่มากนัก หลินเมิ้งหยามิได้ตรงไปยังห้องของป๋ายหลี่รุ่ยในทันที นางเหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะเดินมาถึงห้องลับขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง
ภายในมีชายคนหนึ่งถูกโซ่ตรวนพันธนาการเอาไว้ ช่องว่างเล็กๆ มีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา
ชายคนนั้นหรี