แสงสีทองบนท้องฟ้าสะท้อนใบหน้าไม่เป็นมิตรของหลงเทียนอวี้
ใบหน้าโหดเหี้ยมอำมหิต รูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดสีม่วง สายตาไม่เพียงอาบไว้ด้วยยาพิษ แต่กลับเจือไว้ซึ่งความรู้สึกไม่แยแสต่อสิ่งใด
“เจ้าเองก็รู้ว่าข้าควบคุมเขาไม่ได้ นี่ก็อีกเป็นเหตุผลที่ข้าเลือกที่จะร่วมมือกับเจ้า”
หากมิใช่เพราะหลินเมิ้งหยาง่วงนอนมากจนเกินไป ป่านนี้นางคงสะดุ้งตื่นและตกใจจนตัวโยนแล้ว เหตุเพราะใบหน้าของชายตรงหน้าเหมือนกับซินหลีผู้โหดเหี้ยมที่นางเพิ่งพบเจอเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน
เพียงแค่ “ซินหลี” คนที่ยืนตรงหน้าหลงเทียนอวี้ในเวลานี้กลับเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ถ้ามองไม่ดีอาจจะคิดว่าพวกเขาเป็นคนคนเดียวกัน
หลงเทียนอวี้เหลือบมองหลินเมิ้งหยา ขยับมุมผ้าห่มให้มิดชิด ก่อนจะพาชายคนดังกล่าวไปยังห้องนอนด้านนอก
แม้ฟ้าจะสว่างแล้ว แต่เพื่อให้หลินเมิ้งหยาได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ หลงเทียนอวี้จึงสั่งห้ามคนที่คอยรับใช้นางทั้งหมดมิให้เข้าไปรบกวนนาง
ฉะนั้นแม้ในตำหนักจะมีคนรับใช้เดินผ่านไปมา แต่เสียงฝีเท้าก็ไม่ต่างจากการย่องเบา
“ข้าไม่สนใจเรื่องของครอบครัวเจ้า แต่สิ่งเดียวที่ข้ารู้ก็คือน้องชายของเจ้าเกือบจะฆ่าชายาของข้า เช่นนี้จะให้ข้าคิดบัญชีเช่นไร?”
พี่ชายของซินหลี ไม่สิ บางทีอาจต้องเรียกว่าซินหลีตัวจริงจึงจะถูกต้อง เขาหยักยิ้มขมขื่นเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าน้องชายของเขาจะเลวร้ายถึงเพียงนี้
“เขาเป็นเงาของข้า ดังนั้นข้าย่อมต้องรับผิดชอ