ยากาศเงียบสงัดในเวลานี้ช่างเจ็บปวดและโศกเศร้าอย่างน่าประหลาด
“ป๋ายซ่าว ป๋ายจื่อ พวกเจ้ากลับไปทูลท่านอ๋องและตามเสี่ยวอวี้มาจัดการกับร่างของพวกท่านเหล่านี้”
แววตาของหลินเมิ้งหยาสงบนิ่ง นางกลับมาสุขุมดังเดิมอีกครั้ง
คนขับรถม้ารีบกุมบังเหียนพาป๋ายซ่าวและป๋ายจื่อออกไปจากที่นี่
ศพตรงหน้าทำให้อดที่จะรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้ หลินเมิ้งหยาเตรียมใจเอาไว้แล้ว ทว่ามือของนางกลับยังเย็นเฉียบ
“ป๋ายซู เลิกร้องไห้เถิด ตอนนี้พวกเรามาหาวิธีส่งท่านอาจารย์และพวกเขาไปสู่สุคติเถอะ”
หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปตบบ่าของป๋ายซู
ตอนนี้เด็กสาวตรงหน้ากลายเป็นคนอ่อนแอคนหนึ่ง หลินเมิ้งหยามิอาจทนเห็นท่าทางเจ็บปวดรวดร้าวของนางอีกต่อไปได้
“นายหญิง ท่านอาจารย์เลี้ยงดูข้ามาตั้งแต่เด็ก แต่วันนี้เขากลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถ ข้าที่เป็นผู้สืบทอดจะต้องแก้แค้นให้เขา!”
แก้แค้น…หลินเมิ้งหยาไม่คิดคัดค้าน แต่คนเก่งกาจอย่างชิงหูยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซินหลี
ยิ่งไปกว่านั้น ป๋ายซูในเวลานี้ยังไม่มีกำลังมากพอ
แน่นอนว่าการแก้แค้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ทำให้คนเราแข็งแกร่งขึ้น แต่นางไม่อาจปล่อยให้สาวใช้ของตนเองเอาชีวิตไปทิ้งได้
ขณะที่คิดจะเอื้อนเอ่ย จู่ๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ พลันแล่นเข้ามาเตะจมูก สัญชาตญาณของหลินเมิ้งหยาว่องไว นางรีบดันตัวป๋ายซูไปไว้ทางด้านหลัง
“ซินหลี! เจ้าทำอะไรกันแน่”
ผลปรากฏว่าเงาหนึ่งปรากฏขึ้นจากตรอ