วข้องกับท่านแม่อย่างแท้จริง ข้าช่างเหมือนท่านแม่เหลือเกิน”
คำว่า “แม่” สำหรับหลินเมิ้งหยา ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ล้วนเป็นเพียงคำแปลกประหลาดที่นางไม่รู้จัก
นางเติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้า แม้ว่าคุณแม่แห่งบ้านเด็กกำพร้าจะเอ็นดูนางมาก แต่ถึงกระนั้นคุณแม่ก็รักเด็กคนอื่นๆ เหมือนกัน ทว่าการได้มาเจอท่านพ่อเช่นนี้ นางรู้สึกราวกับว่าตนเองได้เห็นภาพหญิงสาวอัศจรรย์คนหนึ่งซึ่งทำให้ชายผู้กล้าหาญหลงรักและมั่นคงในรักตลอดมา
ดังนั้นนางจึงรู้สึกราวกับว่าระยะห่างของตนเองกับท่านแม่ใกล้กันมากขึ้น
“ดี เช่นนั้นเจ้าจงตั้งใจร่ำเรียนวิชาการแพทย์ แม่ที่อยู่บนสวรรค์ของเจ้าจะต้องดีใจมากอย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง นางคิดไม่ถึงเลยว่าสกุลหลินจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังเช่นนี้
“ท่านพ่อ เช่นนั้นข้าอยากใช้ชื่อเสียงเรียงนามของท่านแม่เพื่อขอเข้าวังไปดูอาการประชวรของฮ่องเต้เจ้าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ท่านแม่เคยรักษาจะต้องยังรู้สึกเชื่อมั่นในตัวข้าอย่างแน่นอน เท่านี้เสียงสนับสนุนของข้าก็จะเพิ่มมากขึ้นมิใช่หรือเจ้าคะ?”
มองสายตาเปี่ยมไปด้วยความหวังของหลินเมิ้งหยา สีหน้าของหลินมู่จือยังคงเคร่งขรึม
“หยาเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงอยากเข้าวังนัก? หรือเป็นเพราะอ๋องอวี้?”
อยู่ๆ สีหน้าของหลินเมิ้งหยาพลันแดงระเรื่อขึ้นมา ท่าทางเขินอายบ่งบอกความคิดทุกอย่างของนางได้เป็นอย่างดี
หลินมู่จือถอนหายใจ แม้ลูกสาวจะไม่ใช่คนในโอวาทของเขาอีกต่อ