นาสาหัสเกินไป แม้แต่ชายหนุ่มร่างกำยำอย่างหลินหนานเซิงก็มิอาจรับไหว
“ท่านพี่ ท่านอย่าได้คิดสั้นเป็นอันขาด แม้องค์ชายรองแห่งซีฟานจะตายไปแล้ว แต่ท่านต้องรู้ว่าคนที่คิดร้ายต่อพี่เยว่ถิงยังมีชีวิตอยู่ ท่านวางใจ ข้าได้ข่มขู่เหล่าผู้อาวุโสสกุลหลินไว้แล้ว ดังนั้นป้ายวิญญาณของพี่เยว่ถิงจึงสถิตอยู่ที่สุสานบรรพชนของสกุลหลินเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งข้ายังสั่งให้คนนำร่างของพี่เยว่ถิงกลับไปที่บ้านแถบชานเมืองของพวกเราแล้วด้วย”
ทุกคนล้วนรู้ว่าสกุลหลินเป็นสกุลของนักรบที่มีความกล้าหาญ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสกุลหลินเป็นคนหนักแน่นในความรัก
ตอนที่ท่านแม่จากไป ท่านพ่อแทบจะฆ่าตัวตายตาม หากมิใช่เพราะท่านปู่ท่านย่าพยายามโน้มน้าวเขาแล้วล่ะก็ ป่านนี้เขาคงจะจากลูกๆ ผู้ไร้เดียงสาไปนานแล้ว กว่าท่านพ่อจะกลับมาเข้มแข็งดังเดิม เขาร้องไห้นานถึงสามวันสามคืน
แม้นางจะรู้สึกว่าการยึดติดเช่นนี้มิใช่สิ่งที่วีรบุรุษควรมี แต่เพราะความหนักแน่นของท่านพ่อ เขาจึงสามารถเอาชนะใจแม่ทัพใหญ่ได้
ต่อให้มีเงินทองมากขนาดไหนก็มิอาจซื้อใจคนได้ มิเช่นนั้นสกุลหลินจะสามารถปกป้องเจียงซานได้ยาวนานถึงร้อยกว่าปีได้อย่างไร
“ใคร?”
ราวกับว่ากระบี่แหลมคมได้กลายเป็นกริชที่พร้อมจะทะลวงสังหาร
หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ แต่นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นางกังวล
แต่สุดท้ายนางไม่มีทางเลือก จึงทำได้เพียงใช้ความแค้นกระตุ้นให้ท่านพี่มีชีวิตอยู่ต่อ
“ไท่จื