่อ…เขาอาจได้รับคำสั่งจากฮองเฮา แม้ข้าจะไม่ใช่ผู้สังหารองค์ชายรอง แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกันอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ข้าได้กำจัดองค์หญิงหมิงเยว่ไปแล้ว ท่านพี่ พวกเราสองพี่น้องต้องร่วมมือกันจึงจะสามารถแก้แค้นให้พี่เยว่ถิงได้ ฉะนั้น ท่านจะต้องกลับมายืนหยัดอีกครั้ง”
อันที่จริง สกุลหลินไม่คิดฝักใฝ่ฝ่ายใดในศึกชิงราชบัลลังก์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สกุลหลินไม่เคยเข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งท่านพ่อและท่านพี่ล้วนคิดเพียงเรื่องปกป้องบ้านเมืองและเหล่าราษฎร
แต่เพราะเหตุการณ์เปลี่ยนเป็นเช่นนี้ ดังนั้นสกุลหลินจำต้องเลือกข้าง หากต้องทำเพื่อไท่จื่อและฮองเฮาที่เห็นแก่ตัว เช่นนั้นสู้เลือกฝั่งที่ฉลาดและมากไหวพริบน่าจะดีกว่า
“ได้”
หลินหนานเซิงพยายามลุกขึ้นจากพื้นของรถม้า ป๋ายซูเป็นคนสายตาว่องไวและมีปฏิกิริยาค่อนข้างรวดเร็ว นางรีบเข้าไปกดจุดตามร่างกายของเขา
“นายหญิง! แย่แล้ว ความโกรธของคุณชายใหญ่ทำให้ธาตุไฟกัดกินหัวใจจนได้รับความเสียหาย หากยังปล่อยไว้เขาอาจเสียสติได้ ข้าเคยได้ยินว่าวิทยายุทธ์ของสกุลหลินแก่กล้ามาก หากยังไม่รีบรักษาแล้วล่ะก็ เขาอาจจะกลายเป็นคนพิการนะเจ้าคะ”
คำพูดของป๋ายซูทำให้เหงื่อผุดท่วมตัวหลินเมิ้งหยา
ทำอย่างไรดี? นางสามารถรักษาบาดแผลภายนอกได้ แต่นางมิอาจรักษาแผลภายในได้
“ท่านพี่ ท่านรอข้าก่อน ข้าจะรีบไปพาท่านพ่อมาช่วยท่านเดี๋ยวนี้”
นางสูญเสียพี่เยว่ถิงไปคนหนึ่งแล้ว ดังนั้นนางจะไม่มีวัน