ยอมให้เกิดเรื่องอันใดกับพี่ชายเป็นอันขาด หากเขากลายเป็นคนพิการขึ้นมา เขาคงเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตาย
เพียงเปิดประตูรถม้าออก นางก็เห็นหลงเทียนอวี้ที่กำลังเร่งรีบเข้ามาหา ความรีบร้อนของหลินเมิ้งหยาทำให้นางเกือบตกจากรถม้า แต่โชคดีที่หลงเทียนอวี้พุ่งตัวเข้ามารับนางเอาไว้ในอ้อมกอดได้ทันเวลา
“ระวังหน่อย”
กลิ่นเลือดจางๆ เตะจมูก คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน หรือนางจะได้รับบาดเจ็บ?
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้มตัวลงสำรวจ เสียงสะอื้นไห้ของหลินเมิ้งหยาพลันดังขึ้น
“หลงเทียนอวี้ พี่ชายของหม่อมฉันกำลังจะตาย ท่านรีบไปตามท่านพ่อมาได้หรือไม่?”
ตกใจจนแทบขาดสติ ตั้งแต่รู้จักหลินเมิ้งหยามา เขาไม่เคยเห็นนางร้องไห้อย่างน่าสงสารเช่นนี้มาก่อน
ใบหน้านวลขาวอมชมพูบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา แม้หลงเทียนอวี้จะรู้สึกเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นเขารู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลานี้ค่อนข้างหนักหนาสาหัส
“เกิดเหตุอันใดขึ้นกับพี่ชายของเจ้า? ใจเย็นลงก่อน ค่อยๆ เล่าให้ข้าฟัง บางทีข้าอาจช่วยพี่ชายเจ้าได้”
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็นึกขึ้นมาได้ว่าหลงเทียนอวี้เองก็มีวิทยายุทธ์ระดับสูง นางรีบคว้ามือของเขาเอาไว้ ก่อนจะเอ่ย
“หม่อมฉันผิดเอง หม่อมฉันควรจะค่อยๆ เล่าเรื่องพี่เยว่ถิงให้พี่ชายฟัง หม่อมฉันคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะตื่นตระหนกถึงเพียงนี้ ป๋ายซูบอกว่าท่านพี่กำลังถูกธาตุไฟกัดกินหัวใจ หากรักษาไม่ทัน เขาอาจจะกลายเป็นคนพิการเพคะ”
หลินเมิ้งหยาโทษแต