คนนี้
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเกี้ยวพาราสีไม่สำเร็จ ยังหันมาแว้งกัดคนผู้นั้นอีกด้วย
“ไท่จื่อมีความกตัญญูยิ่งนัก กระหม่อมซาบซึ้งเหลือเกิน อีกทั้งยังได้ยินมาว่าปะการังแดงคือตัวแทนของพระพุทธเจ้า การที่ไท่จื่อถวายเครื่องราชบรรณาการเช่นนี้ ฮ่องเต้จะต้องแข็งแรงในเร็ววันอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงเยินยอดังขึ้นมาในทันใด
หลินเมิ้งหยาเหลือบมองทางต้นเสียง มีเพียงคนของสกุลซ่างกวนเท่านั้นที่จะเอ่ยอะไรเช่นนี้ออกมาได้
ทว่าการเดินหมากชื่นชมไท่จื่อในคราวนี้ก็ได้รับเสียงสนับสนุนจากขุนนางท่านอื่นไปไม่น้อย
แม้ภายนอกจะแสดงท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน ทว่าในความเป็นจริงปากมิเคยตรงกับใจ หลินเมิ้งหยาปรายสายตาดูแคลนไปทางไท่จื่อ
ก็แค่ปะการังแดงมิใช่หรือ? ขอแค่มีเงินก็ซื้อได้ทั้งนั้น
โชคดีที่คำสรรเสริญเยินยอจบไปอย่างรวดเร็ว พิธีการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลงเทียนอวี้สั่งให้นักร้องและนักเต้นระบำขึ้นไปบนเวที จากนั้นงานเลี้ยงสังสรรค์จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
เสียงดนตรีพื้นบ้านซือจู่ดังไพเราะเสนาะหู นักเต้นระบำทั้งสิบกรีดกรายพลิ้วไหวชวนมอง ทุกย่างก้าวของพวกนางทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนต้องมนตร์
หลินเมิ้งหยาได้เห็นการแสดงเหล่านี้ก่อนหน้านั้นแล้ว ดังนั้นนางเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้
แตกต่างจากนักเต้นระบำของวังหลวง รูปร่างสูงโปร่งบอบบางพลิ้วไหวไปตามเสียงเพลง ท่วงท่าอ่อนช้อยเสมือนเทพธิดาในภาพวาด
แม้อาจจะมีจังหวะที่ผิดพลาดไปบ้าง แต