“เอ๋? เหตุใดจึงเป็นดอกแปะเจียกเล่า? ข้าจำได้ว่าลายปักเป็นดอกโบตั๋นนี่นา!”
ป๋ายจื่อร้องออกมาด้วยความตกใจ ป๋ายซูและป๋ายซ่าวหันมาด้วยความสนใจในทันที สาวใช้ทั้งสองมองสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วน
นั่นสิ นี่มันดอกแปะเจียก!
แต่วันนั้นพวกนางเห็นกับตาว่ามันคือดอกโบตั๋น!
“นี่ก็เป็นหนึ่งในความลับเช่นเดียวกัน เช่นนั้นให้พี่ป๋ายจีของพวกเจ้าอธิบายจะดีกว่า วันนี้ข้าต้องขอบคุณนางมาก มิเช่นนั้นคงเกิดเรื่องยุ่งยากตามมาอย่างแน่นอน”
สาวใช้ทั้งสามรีบพุ่งตัวเข้าไปล้อมป๋ายจีเพื่อให้นางอธิบายว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ป๋ายจีไม่อาจหนีจากวงล้อมของเด็กสาวทั้งสามได้ ดังนั้นจึงจำต้องพูดด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“นี่หาใช่เรื่องลำบากแต่อย่างใด ขอแค่นายหญิงไม่รังเกียจก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
ป๋ายจื่อรีบกอดแขนของป๋ายจี ก่อนจะส่ายหน้าพลางเอ่ย
“พี่สาวของข้า ท่านบอกข้ามาเถิดว่าตกลงเรื่องราวเป็นเช่นไรกันแน่?”
ลวดลายดอกโบตั๋นบนชุดพิธีการคล้ายกับดอกแปะเจียกมาก ทว่าดอกไม้ทั้งสองนี้ต่างกันที่ปลายของกลีบดอก
แต่เพราะฝีมือการตัดเย็บของท่านแม่ป๋ายซึ่งถูกขนานนามว่าเซียนตัดเย็บได้ใช้ทักษะการเย็บด้ายด้วยเข็มอันเล็กๆ เท่าเส้นขนแทงลงไปจนเปลี่ยนลวดลายให้กลายเป็นดอกแปะเจียก แน่นอนว่าก่อนนั้นป๋ายจีได้เลาะขอบของกลีบออกก่อนแล้ว
หากอยู่ในสมัยปัจจุบัน คาดว่าจะต้องมีเครื่องจักรในการช่วยปักเย็บลวดลาย แต่ถึงกระนั้นก็จะยังสามารถมองเห็นข้อแตกต่างได้อยู่ดี
ส่