วนในสมัยนี้ หากเพียงใช้สายตามองหรือใช้มือสัมผัสก็ยังมิอาจบ่งบอกความแตกต่างได้
ฉะนั้นหยุนซือฝูอาจเดาได้ว่าลวดลายที่เปลี่ยนไปเกิดจากฝีมือของพวกหลินเมิ้งหยา เพียงแค่นางไม่มีหลักฐาน
เซียนตัดเย็บ…ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว นางจึงไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแผนการของนางจึงล้มเหลว
“สวรรค์โปรด! ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าอะไรที่เรียกว่าพรสวรรค์จากพระเจ้า พี่ป๋ายจี ท่านทำให้พวกเราได้เห็นกับตา”
ป๋ายซ่าวซึ่งเป็นคนร่าเริงอยู่เสมอรู้สึกเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดนายหญิงจึงไม่สวมใส่ชุดที่ทางวังหลวงส่งมา แต่กลับสวมใส่เพียงชุดที่พี่ป๋ายจีตัดเย็บ
นั่นก็เพราะฝีมือของพี่ป๋ายจีดีกว่าพวกนางในในวังหลวงเสียอีก
“เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเจ้าอย่ามัวชมข้าอยู่เลย อันที่จริงทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการวางแผนในกระโจมของนายหญิงทั้งสิ้น ทันทีที่ท่านแม่ของข้ารู้ว่านายหญิงถูกชะตากับครอบครัวของพวกข้า ดังนั้นนางจึงมอบกายถวายชีวิตให้กับนายหญิง พวกเจ้าอย่าได้ชื่นชมข้าเลย ต่อจากนี้ไปพวกเจ้าต่างหากที่ต้องเหนื่อย ส่วนข้าไม่อาจทำสิ่งอื่นใดได้แล้ว ขอเพียงนายหญิงไม่รังเกียจข้าก็เพียงพอ”
ในหัวใจของป๋ายจี หลินเมิ้งหยาเปรียบเสมือนพี่น้อง
บางทีอาจเพราะชาติที่แล้วทำบุญมามากนางจึงมีเจ้านายจิตใจดีเช่นนี้
แค่เรื่องที่นายหญิงมอบร้านสามสหายให้พ่อกับแม่ของนางเป็นผู้ดูแล เท่านี้ท่านพ่อท่านแม่ก็สำนึกบุญคุณของนายหญิงจนมองนางเปรียบเสมือนเจ้า