ชีวิตของพวกเขาแล้ว
“ใช่แล้ว ป๋ายจีพูดถูก เรื่องช่วงกลางวันจบลงแล้ว ส่วนเรื่องตอนเย็นคงต้องลำบากกันสักหน่อย พวกเจ้าต้องคอยระวังตัวให้ดี การที่ข้าเอาตัวรอดจากเรื่องชุดพิธีการมาได้ นั่นเท่ากับว่าข้าทำให้ฮองเฮาไม่พอพระทัยเป็นอย่างมาก หากมองจากนิสัยของนางแล้ว นางไม่มีทางปล่อยข้าไปง่ายๆ อย่างแน่นอน พวกเจ้าจะต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว เข้าใจหรือไม่?”
สาวใช้ทั้งสี่ที่ได้ยินคำพูดของหลินเมิ้งหยาต่างพากันพยักหน้ารับคำ
นายหญิงพูดถูก ฮองเฮาจะต้องรู้สึกทั้งโกรธและอับอาย คาดว่าในงานเลี้ยงฉลองฮองเฮาจะต้องหาทางกู้หน้ากลับคืนมาอย่างแน่นอน
“เจ้าค่ะ”
ในที่สุดหลินเมิ้งหยาก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง เหตุเพราะมีคนมากมายอยู่ข้างกายนาง ดังนั้นนางจึงรู้สึกคลายกังวล
งานเลี้ยงอวยพรในคราวนี้ยิ่งใหญ่กว่างานเลี้ยงอวยพรในคราวก่อนๆ มาก
เหล่าพระญาติที่อยู่ในเมืองหลวงต่างเดินทางมาเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้
เปลี่ยนชุดพิธีการ หลินเมิ้งหยาสวมใส่ชุดสีม่วงอ่อน ปกเสื้อทำจากขนแรคคูน ลวดลายบนชุดปักด้วยดิ้นทองลายดอกไม้
ชุดพิธีการของนางชุดนี้เป็นฝีมือของป๋ายจีและท่านแม่ป๋ายที่ใช้เวลาทำราวครึ่งเดือน เมื่อยืนอยู่ใต้แสงไฟ ชุดของนางจะเปล่งประกายเรืองรองจนทุกคนต้องเหลียวหลัง
สวมรองเท้าแล้วเยื้องย่างออกมายืนตรงหน้าทุกคน ใบหน้างดงามดั่งดอกฝูหรงประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ดวงตาเปล่งประกายคู่สวยกวาดมองทุกคน เหล่าแขกเหรื่อต่างรู้สึกว่าบนโลกใบนี