้คงไม่มีหญิงใดงดงามเกินนางอีกแล้ว
หญิงสาวบางคนมีใบหน้างดงามมีเสน่ห์
ทว่าความงามของหลินเมิ้งหยาเปรียบเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้าอันมืดมิด ชวนมองและน่าเสน่หายิ่งนัก
สายตาของแขกเหรื่อกว่าครึ่งงานพุ่งตรงมาทางหลินเมิ้งหยายามที่ปรากฏตัวในงานเลี้ยง
หลงเทียนอวี้ยืนอยู่กลางห้องโถง สายตาจับจ้องมองทางชายาของตนเอง ขาพลันขยับก้าวไวๆ เข้ามายืนต่อหน้านาง
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันทำให้พระองค์ต้องเป็นกังวลแล้ว”
ริมฝีปากบางส่งเสียงอ่อนหวานไพเราะ กลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของนางลอยเข้ามาเตะจมูก
“ไม่เป็นไร”
ขณะที่อยู่ในวัด อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็ถูกพาตัวไป ตอนนั้นหัวใจของหลงเทียนอวี้รู้สึกเสมือนถูกบีบรัด
เขารู้จักกลอุบายของฮองเฮาดี
แต่เพราะสถานการณ์ในตอนนั้นทำให้เขาไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือนางได้ในทันที
ซ้ำยังมีลูกศรของหลงอิงฉู่ที่ยิงเข้าใส่นาง หัวใจของเขารู้สึกเสมือนถูกกรีด
จ้องมองใบหน้านวล ไม่มีใครรู้หรอกว่าหลังจากที่เขาได้เห็นการกระทำของหลงอิงฉู่แล้ว ฝ่ามือที่กำแน่นของเขาเย็นยะเยือกขนาดไหน
ตอนแรกเขาคิดว่าหากหลินเมิ้งหยาอยู่ข้างกายตน เขาจะสามารถปกป้องนางได้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าวิธีการของคนเหล่านั้นจะอุกอาจเช่นนี้ พวกเขาลงมือได้กระทั่งในงานพิธีอันยิ่งใหญ่เช่นการกราบไว้ขอพรบรรพบุรุษ
เขาจะไม่มีวันปล่อยให้หลินเมิ้งหยาต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นอีก!
อยู่ๆ มือของหลินเมิ้งหยาก็ถูกหลงเทียนอวี้จับไว้ นางที่กำลังจะหมุนตัวกระตุกเขา