เบาๆ แต่กลับพบว่าเขายิ่งกุมมือนางแน่นขึ้น
“ท่านอ๋อง…ยังมีคนอยู่เยอะนะเพคะ”
ในสมัยโบราณ แม้พวกเขาจะเป็นสามีภรรยา แต่การแสดงความรักอย่างเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม
“ท่านอ๋อง…”
ยากนักที่หลินเมิ้งหยาจะแสดงท่าทางขวยเขินเช่นนี้ เหตุเพราะการจู่โจมของเขา ดังนั้นพวงแก้มของนางจึงกลายเป็นสีชมพู
หัวใจของหลงเทียนอวี้เหมือนถูกสะกด
อยากรั้งตัวนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเหลือเกิน
แต่ไหนแต่ไรมาหลงเทียนอวี้มักแสดงท่าทางสุขุมและเป็นผู้ใหญ่เสมอ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดวันนี้เขาจึงปลดปล่อยความต้องการของตนเองออกมาเช่นนี้
“อุ๊ย”
แขนเสื้อของชุดสีดำยื่นเข้ามาโอบร่างของนางไว้
หลินเมิ้งหยาชะงักงัน ก่อนจะรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้
หัวใจที่เคยกระสับกระส่ายพลันสงบนิ่งลงเมื่ออยู่ภายในอ้อมกอดที่เป็นดั่งการปลอบประโลมของเขา
เพิกเฉยต่อสายตาคนทั้งหลาย หลินเมิ้งหยายื่นแขนเข้าไปโอบกอดหลงเทียนอวี้เช่นเดียวกัน
นี่…คงเรียกว่าความรักสินะ
ทว่าการแสดงออกของคู่สามีภรรยาตรงหน้าทำให้ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
หลินมู่จือและหลินหนานเซิงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งขุนนางมีท่าทางเคร่งขรึมดั่งเช่นจอมทัพ
สำหรับความรักระหว่างลูกสาวและลูกเขย หลินมู่จือรู้สึกว่าพวกเขาปฏิบัติตามหลักสามประการ อันประกอบด้วยละเว้นต่อการมองที่มิพึงประสงค์ ละเว้นต่อคำพูดที่มิพึงประสงค์และละเว้นต่อการฟังที่มิพึงประสงค์
ทว่าหลินหนา