ุรุษได้ ด้วยเพราะมีบรรพบุรุษคุ้มครอง ดังนั้นหม่อมฉันจึงยังอยู่ดีมีสุข แคล้วคลาดต่อภัยอันตรายทั้งปวง มิทราบว่าเหนียงเหนียงคิดเห็นเช่นไร?”
ฮองเฮาเลิกคิ้วขึ้น คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะเอ่ยร้องขอเช่นนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น ปากของหลินเมิ้งหยาเอื้อนเอ่ยว่าต้องการจะไปไหว้พระและเคารพบรรพบุรุษ หากตัวนางปฏิเสธไป เช่นนั้นก็เท่ากับนางเป็นคนใจแคบ
“ได้ เปิ่นกงรับปากเจ้า หยุนซือฝู เจ้าจงดูให้ดี”
ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้หยุนซือฝู อีกฝ่ายผันตัวเป็นกล้องจุลทรรศน์ทันทีเพื่อจับผิดชุดของหลินเมิ้งหยา
แต่เมื่อเทียบกับสมองอันชาญฉลาดของหลินเมิ้งหยาแล้ว ต่อให้พวกนางจะเข้ามากันสักกี่คน หลินเมิ้งหยาคนนี้ก็ไม่กลัว
ตรวจสอบโดยไม่ปริปากส่งเสียง
สายตาของหยุนซือฝูเริ่มกระวนกระวาย
นางจ้องมองลายหงส์บนชุดด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่กลับต้องแปลกใจที่ไม่เห็นด้ายสีม่วงที่ลูกตาหงส์
มันเป็นสีดำอย่างชัดเจน! สีดำหาใช่สีที่ส่องประกายได้ ดังนั้นหงส์บนชุดทางการของชายาอวี้จึงมีเพียงแค่หกสี!
หันไปมองทางด้านข้าง ยิ่งเห็นก็ยิ่งตกตะลึง นั่นหาใช่ลายดอกโบตั๋นที่พวกนางตั้งใจประดิดประดอย แต่กลับเป็นดอกแปะเจียกงดงามอร่ามตา
เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้?
“ทูลฮองเฮา ชุดที่ชายาอวี้สวมใส่หาใช่ชุดที่พวกเราฝ่ายในเป็นผู้ส่งไปให้!”
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดหยุนซือฝูก็ส่งเสียงอ้ำอึ้งออกมา
ฮองเฮาสบถในลำคอ ตอนแรกคิดว่าหลินเมิ้งหยาจะเก่งก