หากอ้างอิงจากขนบธรรมเนียม เหล่าคนในราชวงศ์จะต้องเดินรอบเมืองก่อนเพื่อแสดงความยินดีกับราษฎร จากนั้นจึงเข้าไปในวัด
จากนั้นขุนนางร้อยคนจะเดินตามขบวนเสด็จ พระราชพิธีเช่นนี้มิอาจพบเห็นได้ทั่วไป
หลินเมิ้งหยานั่งบนเกี้ยว เหยียดกายตรง รักษาภาพลักษณ์สง่างาม
อันที่จริง…มันเหนื่อยมาก
ทั้งที่ทำเช่นนี้ไปเพียงแค่ครู่เดียว หลินเมิ้งหยากลับรู้สึกปวดหลังปวดเอวไปหมด
ขณะที่คิดจะบิดเอวคลายเมื่อย นางก็กลัวว่าเหล่าราษฎรจะเห็นเข้า หากเป็นเช่นนั้นคงทำให้หลงเทียนอวี้ต้องขายหน้า
ทั้งที่ยังไม่ถึงครึ่งทาง แต่นางกลับรู้สึกว่าคอของตนแทบจะไม่อาจตั้งตรงอยู่บนบ่าได้อีกต่อไป
แม้เครื่องประดับศีรษะจะมีราคาและเป็นของหายาก แต่นางก็สงสารคอตัวเองเหลือเกิน คองามระหงของนางต้องมารับน้ำหนักมากมายมหาศาล
ตอนนี้นางคิดเพียงแค่ว่าหากนางยังสามารถขยับคอได้เมื่อไปถึงวัด แค่นี้ก็เป็นเรื่องน่ายินดีมากแล้ว
เหล่าราษฎรที่อยู่สองฝากฝั่งต่างคุกเข่าลง สีหน้าเกรงกลัวปรากฏอยู่บนใบหน้าราษฎรที่มิรู้อีโหน่อีเหน่เหล่านี้
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็รู้แล้วว่าเหตุใดราษฎรเหล่านี้จึงหวังว่าจะได้ฮ่องเต้ของพวกตนเอง แม้ราษฎรจะเป็นหัวใจหลักของประเทศ แต่ฮ่องเต้คือผู้ชี้นำให้ชีวิตของพวกเขามีความสุข
มองดูแผ่นหลังของหลงเทียนอวี้ อุปนิสัยใจคอของไท่จื่อไม่เหมาะสมที่จะเป็นฮ่องเต้ เช่นนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดคือเขากระนั้นหรือ?
ขบวนเกี้ยวนำพาเหล่าราชวงศ์ไปยังวัด
ภายในนั้