ขณะที่คิดจะฉีกทิ้ง จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาแย่งไป
“ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ หากมิใช่เพราะเจ้า ข้าคงหาจดหมายฉบับนี้ไม่เจอ สกุลหลินเลี้ยงดูเจ้ามานาน เจ้าช่างเป็นคนกตัญญูรู้คุณเหลือเกิน”
เสียงของหลินเมิ้งหยาพลันดังขึ้น สีหน้าของแม่นมเปลี่ยนไป ตอนที่คิดจะเข้าไปแย่งจดหมายในมือของหลินเมิ้งหยา นางกลับถูกหลินจงอวี้และหลินมู่จือจับตัวเอาไว้
หลินเมิ้งหยาคลี่กระดาษจดหมาย แล้วกวาดสายตาอ่าน ซ่างกวนฉิงเขียนข้อความเล่าเรื่องราวการโดนลงโทษจากหลินมู่จือด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่นางกลับไม่แม้แต่จะเขียนเล่าถึงความชั่วของตนเองกับหลินเมิ้งหวู่เลยแม้แต่น้อย
“ฮึ เข้ามา นำตัวนางไปขังไว้ ห้ามมิให้นางออกจากประตูแม้เพียงครึ่งก้าว”
หลินหนานเซิงรับจดหมายจากมือของน้องสาวมาอ่าน
“บังอาจนัก! คิดไม่ถึงเลยว่าซ่างกวนฉิงกับหลินเมิ้งหวู่จะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ หวังจะให้คนสกุลซ่างกวนมาช่วยเหลือ พวกนางคิดหรือว่าสกุลหลินจะสามารถรังแกได้ง่ายๆ เช่นนั้น?”
เสียงระเบิดอารมณ์ของหลินมู่จือดังขึ้น
“ความจริงเห็นกันอยู่ทนโท่ วางใจเถิด ข้าจะเก็บจดหมายฉบับนี้เอาไว้อย่างดี เจ้าจงไปเค้นถามแม่นมคนนั้นให้ดี เชื่อว่านางจะต้องหลุดปากออกมามากมายอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะเป็นฝ่ายเชิญสกุลซ่างกวนมาสั่งสอนลูกสาวของตนเอง”
เมื่อเทียบกับฮองเฮาแล้ว ซ่างกวนฉิงไม่ใช่คนเก่งกาจอะไร
จนกระทั่งตอนนี้นางยังคงไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนเองจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
นางเป็นฮ