้วยตัวเอง”
หลินเมิ้งหยาเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าหลังจากที่นางช่วยชีวิตฉินมั่วแล้ว นางเคยเอ่ยปากเชิญใต้เท้าฉินมาที่จวนเพื่อชี้แนะเรื่องพิธีการกับหลงเทียนอวี้
แต่เพราะช่วงนี้ค่อนข้างยุ่งนางจึงลืมไปเสียสนิท ตอนนี้โอกาสอันดีมาถึงแล้ว
หนึ่งเพื่อให้หลงเทียนอวี้ได้เรียนรู้เรื่องพิธีการวันงานเทศกาลฤดูหนาวมากขึ้น สองเพื่อหาโอกาสเหมาะในการขอความช่วยเหลือจากใต้เท้าฉินในการส่งนางเข้าวัง
“เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน ตอนที่อยู่ด้านนอก ข้าได้ยินเสียงถอนหายใจของเจ้า ช่วงนี้เจ้าพยายามดูแลรักษาตัวเองก่อนเถิด ตอนนี้ดึกมาแล้ว เจ้ารีบพักผ่อน ข้าเองก็จะกลับตำหนักแล้ว”
ตอนแรกนางคิดว่าหลงเทียนอวี้จะหาทางค้างที่นี่เหมือนเมื่อคราวก่อน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะรีบออกจากห้องของหลินเมิ้งหยาไป
“เพคะ ฝันดีเพคะท่านอ๋อง”
ปกปิดความรู้สึกผิดหวังในหัวใจ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? พวกเขาเป็นสามีภรรยากันแต่เพียงในนามมิใช่หรือ เหตุใดนางจึงต้องรู้สึกผิดหวังด้วย?
ลูบไล้ใบหน้าร้อนผ่าวของตนเอง จะต้องเป็นเพราะความร้อนในห้องนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงเริ่มทำตัวไม่อยู่กับร่องกับรอยเช่นนี้
ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่
หิมะหนาปกคลุมทางเดินเล็กๆ จนหมด
หลังออกจากห้องของหลินเมิ้งหยาแล้ว สีหน้าของหลงเทียนอวี้กลับมาเย็นยะเยือกดังเดิม ไร้ซึ่งความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่
สาวเท้ายาวๆ ออกไป พยายามสะกดกลั้นความโกรธเกรี้ยวในใจเอาไว้
เหตุเพราะพ