ละกำลังที่มีค่อนข้างมาก ดังนั้นหิมะที่ถูกเหยียบจึงเกิดเป็นรอยเท้าลึก พ่อบ้านเติ้งและหลินขุยหันหน้าสบตากัน ก่อนจะยิ้มขมขื่น
ดูเหมือนท่านอ๋องจะโมโหจริงๆ
มองดูหิมะสีขาวและท้องฟ้าที่มืดสนิท หัวใจของหลงเทียนอวี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
เขายอมรับ เขาไม่อยากให้หลินเมิ้งหยาเข้าร่วมการต่อสู้ในคราวนี้ แต่เมื่อนึกถึงพวกป๋ายหลี่อู่เฉินและเจียงเฉิง ไฟในหัวใจของเขาพลันลุกโชนขึ้นมา
“ท่านอ๋อง เหตุใดจึงต้องทรงกริ้วขนาดนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ? แม้คุณชายอู๋เฉินจะทำเกินไปสักหน่อย แต่ก็เป็นวิธีการที่ดีมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
อดทนอยู่นาน ในที่สุดหลินขุยก็ส่งเสียงปลอบโยน
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินหวังดีกับข้า?”
หลินขุยกับพ่อบ้านเติ้งต่างหากที่เป็นคนสนิทที่สุดของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองคนออกเสียงไม่เห็นด้วยกับการประชุมเมื่อครู่ แต่เขาไม่รู้ว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินใช้วิธีการใดจึงทำให้คนส่วนใหญ่นอกจากพวกเขาลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นหลงเทียนอวี้จึงโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก
“เฮ้อ อันที่จริงกระหม่อมเองก็ไม่เห็นด้วย หลังจากพระชายาเข้ามาอยู่ในจวน พวกกระหม่อมเห็นสิ่งที่พระนางทำทั้งหมด การไปรักษาอาการของฮ่องเต้ไม่ต่างอะไรจากการรนหาที่ตาย แต่เมื่อพิจารณาสถานการณ์ในตอนนี้ นี่เสมือนโอกาส”
เมื่อครู่วังหลวงส่งข่าวมาว่าอาการของฮ่องเต้ทรุดลงอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ แม้แต่พวกหมอหลวงเองก็จน