“จิ่นซู่ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เพราะนางถูกวางยาพิษ อีกทั้งหยุนลั่วยังเลือกโอกาสได้อย่างเหมาะเจาะ ตอนนั้นคอของจิ่นซู่จะต้องถูกยาพิษแผดเผาจนมิอาจเปล่งเสียงออกมาได้”
หลินเมิ้งหยาที่มีวิชาแพทย์พิษติดตัวยังรู้สึกว่าคนเหล่านี้อาจหาญเหลือเกิน
“ท่านถอนพิษได้มิใช่หรือ? ขอเพียงนายหญิงถอนพิษให้ จากนั้นสั่งให้นางพูดความจริง แล้ว…”
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้าขัดป๋ายจี
“แม้จะรู้ความจริงแต่จะทำอะไรได้เล่า? เจ้าอย่าลืมว่าพระสนมเต๋อเฟยเป็นหมู่เฟยของท่านอ๋อง หากพวกเรายังเค้นถามความจริงกันต่อ สุดท้ายคนที่ต้องตกที่นั่งลำบากก็คือท่านอ๋อง”
หลินเมิ้งหยารู้ดี วันนี้หลงเทียนอวี้เข้ามาช่วยเหลือนาง ดังนั้นนางจึงไม่ควรสืบหาความจริงต่อ
ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งของพระสนมเต๋อเฟยในเวลานี้มิใช่สิ่งที่นางจะไปแตะต้องได้ หากทำอะไรนาง ท่านอ๋องจะยิ่งลำบากใจ
ฉะนั้นหลินเมิ้งหยาจึงเลือกที่จะอดทน
“ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ข้าถอนพิษให้ แต่นางก็คงไม่อาจพูดได้อีกแล้ว คอของนางถูกทำลายโดยสิ้นเชิง จากนี้ไปนางไม่อาจทำได้แม้แต่ส่งเสียง”
คนน่าสงสารย่อมถูกจัดการอย่างน่าสงสาร หากมิใช่เพราะจิ่นซู่ต้องการทำร้ายตัวนางแล้วล่ะก็ นางคงไม่ต้องพบจุดจบเช่นนี้
หลินเมิ้งหยาก้าวผ่านประตูเรือน จ้องมองคนทั้งสองในสวน
ป๋ายจีและป๋ายซูยืนอยู่ด้านหลังนาง ท่าทางเสมือนคนอยากจะเข้าไปแก้แค้นเพื่อพวกพ้องของตนเอง
“พวกเจ้าสำนึกผิดแล้วหรือไม่?”
ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว น