างคงเก็บพวกนางเอาไว้ไม่ได้
แต่ถึงกระนั้นสวรรค์ก็ควรมีเมตตา นางเองไม่คิดอยากเอาชีวิตพวกนาง ขอเพียงพวกนางให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่นนั้นนางจะยอมปล่อยพวกนางไปสักครั้ง
“หนู่ปี้สำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ พระชายาได้โปรดไว้ชีวิตหนู่ปี้ด้วย”
จิ่นซู่ที่ไม่อาจพูดสิ่งใดได้ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตารินไหล ส่วนสวีมามาที่มีสายตากระวนกระวายรีบส่งเสียงร้องไห้อ้อนวอน
“ข้าสามารถไว้ชีวิตของพวกเจ้าได้ แต่…ก็ต้องดูก่อนว่าพวกเจ้าจะเอาอะไรมาแลก”
หลินเมิ้งหยาเชิดหน้าขึ้น หลุบตาต่ำมองพวกนางที่อยู่เบื้องล่าง ดวงตาของสวีมามากลิ้งกลอก ก่อนจะโยนความผิดทั้งหมดให้กับจิ่นซู่
“นางเจ้าค่ะ! นางเป็นคนสั่งให้หนู่ปี้ทำเรื่องนี้ทั้งหมด! หากมิเป็นเช่นนี้ หนู่ปี้คงไม่ทำเรื่องชั่วช้าเหล่านี้ขึ้นมา พระชายาได้โปรดเห็นใจ หนู่ปี้ถูกใส่ร้ายเจ้าค่ะ”
จิ่นซู่ส่งสายตาเย็นชาไปทางสวีมามา มุมปากกระตุกยิ้มเย็นยะเยือก
ไม่ต่างอะไรจากหมาที่จ้องจะแว้งกัดเจ้าของ!
ตอนแรกสวีมามาคนนี้มักจะเรียกนางว่าแม่นางจิ่นซู่เสียงอ่อนเสียงหวาน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อถึงเวลาทุกข์ยาก สวีมามาจะโยนก้อนหินทับร่างของนางเช่นนี้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าจงไปเถิด ป๋ายจี มอบเงินให้สวีมามาห้าตำลึงเพื่อเป็นค่าเดินทาง ต่อจากนี้อย่าได้เข้ามาเหยียบจวนแห่งนี้อีก”
สวีมามาคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะง่ายดายเช่นนี้ นางไม่เพียงได้ชีวิตของตนเองคืนมา แต่กลับยังได้รับรางวัลจากพระชายา
ก้มหน